วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

บทความสั้น ดูกลุ่มคำที่สำคัญดังนี้

บทความสั้น   ดูกลุ่มคำที่สำคัญดังนี้

1.                ถามประโยคสำคัญดูคำต่อไปนี้  ทำให้  ปรากฏ  เกิดขึ้น  เกิดจาก  บรรลุผล  สำเร็จตามเป้าหมาย  แต่  หรือคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำเหล่านี้      (ทำให้ + ประโยคสำคัญ)   กรณีที่บทความสั้นมีคำกริยาสำคัญอยู่หลายคำที่ซ้ำกันให้ดูกริยาตัวสุดท้าย เช่นถ้ามีคำว่าทำให้อยู่หลายตัว ให้ดูคำว่าทำให้ตัวสุดท้าย  (ถ้าในบทความมีคำว่า "เพราะ" มากกว่าหนึ่งคำให้ดูคำว่า "เพราะ"   ตัวแรก  ถ้ามีคำว่า "ทำให้" หรือกริยาสำคัญตามข้อ 1 นี้ ให้ดูคำว่า "ทำให้" หรือ กริยาสำคัญ ตัวสุดท้าย  ถ้ามีคำว่า "เพราะ" และคำว่า "ทำให้" อยู่ในบทความเดียวกันให้ดูคำว่า "ทำให้" หลังคำพวกนี้คือคำตอบ

2.               ถามจุดประสงค์ของบทความดูคำต่อไปนี้  เพื่อ  สำหรับ  (เพื่อ + จุดประสงค์)   คำว่า  เพี่อ  หรือ  สำหรับ ถ้าอยู่ท้ายประโยคจะสำคัญ  และสามารถนำประโยคที่อยู่ท้ายคำว่าเพื่อมาตอบได้

3.               เปลี่ยน  เปลี่ยนเป็น  แทน  กลาย  กลายเป็น  แทนที่  ให้ความหมายถึงการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่งสู่สิ่งหนึ่ง    ถ้ากลุ่มคำนี้อยู่ในบทความ ในข้อเลือกที่ถูกต้องจะมีคำกลุ่มนี้ด้วยและคำนามสำคัญจะอยู่หลังคำกลุ่มนี้  การตอบให้มีคำนามตัวนี้ด้วยเช่นกัน

4.               ถ้าในบทความมีคำว่าจำเป็นหรือคำว่าไม่จำเป็น  ข้อที่ถูกอาจบอกว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ได้ รวมทั้งคำว่า

เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  ข้อที่ถูกจะมีคำว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

5.               ถ้า  หาก  ให้ความหมายเป็นประโยคเงื่อนไข (ถ้า + ประโยคเงื่อนไข) พิจารณาข้อเลือกมีคำกลุ่มนี้หรือไม่

      -   ไม่มีคำกลุ่มนี้  ถือว่าข้อความนั้นเป็นเพียงส่วนขยายให้ตัดออก

-   มีคำกลุ่มนี้การตอบให้เน้นเงื่อนไขในบทความ

-                    ถ้ามีคำว่า " ถ้า " " หาก" อยู่ในบทความ  ถ้าในข้อเลือกมีคำพวกนี้อยู่ด้วยให้ตอบข้อนั้นได้เลย  แต่ถ้าไม่มีคำว่า "ถ้า "      "หาก" อยู่ในบทความแต่ในข้อเลือกมี  ข้อเลือกนั้นผิดทันที

6.               น้อยกว่า  มากกว่า  ต่ำกว่า  สูงกว่า  (กลุ่มคำแสดงการเปรียบเทียบขั้นกว่า)  ถ้ากลุ่มคำนี้อยู่ในบทความ ในข้อเลือกที่ถูกต้องจะมีคำกลุ่มนี้ด้วย  หากมีคำเปรียบเทียบมากกว่า 1 ข้อเลือก พิจารณาว่าบทความเป็นการเปรียบเทียบเรื่องใด  และจะต้องเป็นเรื่องเดียวกับข้อเลือกที่ถูกต้อง  หากไม่มีในบทความแต่ในข้อเลือกมี ข้อนั้นผิดทันที

7.               ทั้งหมด  ทั้งสิ้น  สิ่งแรก  สิ่งเดียว  อันเดียว    เท่านั้น  ที่สุด  ยกเว้น  นอกจาก  เว้นแต่  (กลุ่มคำที่เพื่อต้องการเน้นปริมาณทั้งหมด)  หากบทความมีคำกลุ่มนี้ ในตัวเลือกที่ถูกต้องจะต้องมีคำกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน  หากบทความไม่มีคำกลุ่มนี้  แต่ในข้อเลือกกลับมีคำกลุ่มนี้ถือว่าข้อเลือกนั้นผิดทันที  (อย่าตอบข้อเลือกที่เน้นเจาะจง ถ้าในบทความไม่มี เช่น ที่สุด   เฉพาะ   เท่านั้น     

8.               เพราะ  เนื่องจาก  (เพราะ + ประโยคเหตุผล) เน้นการเปลี่ยนประโยคจากเพราะ เนื่องจาก เป็นประโยคทำให้  ข้อสอบเน้นการตอบประโยคสาเหตุ + นามสำคัญ (ประธาน)  ถ้าบทความมีความว่าเพราะอยู่หลายที่ ให้ดูคำว่าเพราะตัวที่หนึ่ง  ถ้าบทความมีคำว่าเพราะและกริยาสำคัญเช่นคำว่าทำให้  ให้ดูที่คำว่าทำให้

9.               ตระหนัก  คำนึง (ตระหนัก + ถึง    คำนึง + ถึง) นามที่อยู่ข้างหลังตระหนัก + ถึง จะต้องเป็นนามสำคัญรองจากประธาน และคำนามนี้จะต้องอยู่ในข้อเลือกที่ถูกต้อง

10.          แต่  ทั้ง ๆ ที่  อย่างไรก็ตาม  แม้…..แต่   ไม่…….แต่   (แต่ + ประโยคขัดแย้ง) ถ้าเป็นบทความสั้น  แต่ + ประโยคสำคัญ  ถ้าเป็นบทความยาว  แต่ + ใกล้ประโยคสำคัญ

11.          ถามหาทรรศนะผู้เขียน  ดูคำว่า ควร  ควรจะ  อาจ  อาจจะ  น่า น่าจะ  คิด  คิดว่า  คาด  คาดว่า 

เชื่อว่า  แนะ  เสนอ ศักยภาพ  เสนอแนะ  แนะนำ  ความสามารถ ใช้กับข้อสอบที่ถามว่า  ผู้เขียนคิดอย่างไร  จุดประสงค์ของผู้เขียน  เป้าหมายของผู้เขียน  จุดประสงค์ของบทความ  ความต้องการของผู้เขียน    กลุ่มคำทรรศนะส่วนมากจะวางไว้ท้ายบทความ  ท้ายคำกลุ่มนี้ + ประเด็นสำคัญ

12.         เปรียบเสมือน  เปรียบเหมือน  เสมือน  ดุจ  ประดุจว่า (กลุ่มคำแสดงการเปรียบ อุปมา อุปมัย) ข้อสอบจะเน้นบทความเชิงเปรียบเทียบอุปมา อุปมัย  เช่นเปรียบเทียบเปลือกไม้กับชนบท ในการตอบให้เอาส่วนท้ายของบทความมาเป็นจุดเน้น

13.         ดังนั้น  เพราะฉะนั้น  จึง  ดังนั้น + นามสำคัญ+จึง (ดันนั้น + ข้อสรุป  จึง + ข้อสรุป) คำที่อยู่หลังคำกลุ่ม1นี้จะต้องเป็นข้อสรุปของบทความ  และสามาถนำเอาคำที่อยู่หลังกลุ่มนี้มาตอบ ส่วนมากจะใช้กับคำถามประเภทสาระสำคัญ ใจความสำคัญ หรือสรุป

14.         พบ  พบว่า  ต้องการ  ปรารถนา (พบว่า + นามสำคัญ) คำที่อยู่หลังกลุ่มนี้จะเป็นสาระสำคัญ ส่วนมากแล้วจะพบตอนต้นของบทความ

15.         ผลต่อ  ผลกระทบ  ส่งผลต่อ  อิทธิพลต่อ  เอื้ออำนวยต่อ (ผลต่อ + นามสำคัญ)  คำนามที่อยู่หลังคำกลุ่มนี้จะเป็นนามสำคัญรองจากประธาน  พิจารณาว่าในข้อเลือกที่ถูกต้องจะมีคำนามนี้  พบมากตอนท้ายของบทความ(ถ้ามีคำเหล่านี้อยู่ในคำตอบข้อไหนข้อนั้นมีโอกาสถูก 60%

16.         ทั้ง……..และ  และ     ระหว่าง…….กับ   กับ  (กลุ่มคำที่มีคำนามสำคัญ 2 ตัว)  การตอบข้อเลือกที่ถูกต้องจะมีคำนามทั้ง 2 ตัว  ข้อสอบส่วนมากจะมีส่วนขยายที่ยาว  ให้ตัดส่วนขยายออก  และถือว่านามทั้ง 2 ตัวเป็นนามสำคัญ

17.         นับว่า  ถือว่า  เรียกว่า  อันนับว่าเป็น  ถือได้ว่าเป็น (กลุ่มคำที่วางประธานไว้ท้ายบทความ)  คำกลุ่มนี้ + ประธาน (นามสำคัญ) จะวางไว้ตอนท้ายบทความ  ในการตอบให้เน้นประธาน  หรือนามสำคัญตัวนี้

18.         นอกจาก……แล้วยัง……….., นอกจาก…..ยังต้อง…., ไม่เพียงแต่….แล้วยัง…., (กลุ่มคำที่ให้ความหมายนอกเหนือจากที่กล่าวมาหรือมีความหมายหลายอย่าง)  การตอบให้ตอบในลักษณะไม่ได้มีเพียงอย่างเดียว  มีหลาย ๆ อย่าง มีทั้งสองอย่าง หรือ การตอบตามโครงสร้างไวยากรณ์  โดยเน้นประโยคหลังคำว่า  แล้วยัง  ยังต้อง

19.         บาง  บางสิ่ง  บางอย่าง  บางประการ  ประการหนึ่ง  จำนวนที่ไม่ใช่ทั้งหมด (กลุ่มคำเพื่อต้องการเน้นปริมาณไม่ใช่    ทั้งหมด)  หากคำเหล่านี้อยู่ในตัวเลือกใด  ส่วนมากจะถูกต้อง  แต่หากมีคำเหล่านี้หลายตัวเลือกให้พิจารณาคำเหล่านี้ทำหน้าที่ขยายคำนามตัวใดในตัวเลือกต้องขยายคำนามตัวเดียวกัน

20.         โดยเฉพาะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (กลุ่มคำเพื่อใช้เน้น) หากคำกลุ่มนี้รวมกับคำนามตัวเดียว  หมายถึงการเน้นเพื่อใช้ตอบคำถาม  แต่ถ้ารวมกับคำนามหลายตัว  หมายถึงยกตัวอย่างสามารถตัดออกได้

21.         เช่น  ได้แก่  อาทิ (กลุ่มคำที่ยกตัวอย่าง) หากมีกลุ่มคำนี้ในบทความหมายถึงตัวอย่างให้ตัดออก  แต่บางกรณีที่สามารถตอบตัวอย่างได้  แต่ต้องกล่าวถึงตัวอย่างให้ครบทุกตัว   

22.         เป็นที่น่าสังเกตว่า  สังเกตว่า  อย่างไรก็ตาม  (กลุ่มคำที่ต้องการเน้นการขึ้นย่อหน้าใหม่(พิเศษ)) ข้อความหรือนามที่อยู่หลังกลุ่มนี้สามารถนำไปตอบได้  ส่วนมากเน้นขึ้นต้นย่อหน้าซึ่งบอกความหมายว่าย่อหน้านั้นเป็นย่อหน้าพิเศษ (มีคำถามซ้อนอยู่)

23.         ที่  ซึ่ง  อัน  เพื่อ  ใน  โดย  ด้วย  สำหรับ  ของ  จาก  ตาม (กลุ่มคำนี้เป็นส่วนขยาย) หากกลุ่มคำนี้อยู่กลางประโยคถึงเป็นส่วนขยายสามารถตัดออกได้  แต่มีบางคำเช่น เพื่อ สำหรับ จะต้องพิจารณาตำแหน่งของคำ (ดูข้อ 2)

24.         ประธาน+เป็น ,นับเป็น, ถือเป็น, (กลุ่มคำที่ใช้หาประธาน) ใช้เมื่อบทความให้หาประธานแบบง่าย  หรือข้อสอบเรียงประโยค  โดยส่วนมากแล้วการหาประธานในบทความจะหาได้จากคำนามในข้อเลือกที่ซ้ำ ๆ หรือหาได้จากการกล่าวซ้ำคำนามตัวเดิมในประโยคที่สอง

25.         ที่สำคัญอย่างเอาตัวอย่างในบทความมาตอบเด็ดขาด  

 

รูปแบบของข้อสอบบทความสั้น

รูปแบบที่ 1   ประโยคสอดคล้อง  ตีความประโยค  ไม่สอดคล้อง  ตีความไม่ถูกต้อง  มีประมาณ 5 ข้อ

                       รูปแบบนี้ไม่จำเป็นต้องหาประธาน  โดยสามารถตีความจากข้อต่าง ๆ ตามข้างบนได้

รูปแบบที่ 2   สรุปใจความสำคัญ  หาประธาน ตัดตัวเลือกที่ไม่มีประธาน  เหลือไว้เฉพาะที่มีประธานเท่านั้น 

                     อ่านและขีดเส้นใต้คำที่สำคัญข้างต้น  ประธาน + คำที่สำคัญ คือคำตอบ

รูปแบบที่ 3   เรื่องย่อย ๆ

1.               ข้อความข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด  ทำเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 2 (ออกครั้งละ 1 ข้อ)

2.               ข้อความข้างต้นผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไร  หรือจุดประสงค์ของบทความ  ทำโดยใช้กลุ่มคำภาษาแสดงทรรศนะ (ข้อ 8) ส่วนมากภาษาแสดงทรรศนะจะแสดงไว้ท้ายบทความ

3.               ข้อความข้างต้นกล่าวไว้กี่ประเด็น  (ข้อสอบจะตอบ 2 ประเด็นทุกครั้ง)

4.               ข้อสอบให้แยกความแตกต่างของคำในพจนานุกรม เช่น เรื่องเม็ด  กับเมล็ด

5.               ความแตกต่างของคำศัพท์ เช่นให้ความหมายของที่วัด ที่กัลปนา  แต่ถามความหมายของธรณีสงฆ์

6.               ข้อสอบให้บริบทมาและศัพท์ที่ขีดเส้นใต้  แล้วถามความหมายของศัพท์โดยการแปลจากบริบทข้างเคียง

7.               ข้อสอบให้ความหมายของศัพท์แต่ให้หาคำจำกัดความ

8.               การหาประโยคที่มีความหมายหรือโครงสร้างประโยคที่เหมือนกัน

                        ทฤษฎีบทความยาว

อ่านคำถามก่อนที่จะอ่านบทความ  ในขณะที่อ่านให้ขีดเส้นใต้คำนาม  คำนามเฉพาะ  ตัวเลข  หรือคำที่สามารถจดจำง่ายแล้ว

1. ทำการค้นหา

1.1  หากบทความยาวมาก 10 – 12 บรรทัด (3-4ย่อหน้า) ให้ค้นหาคำที่เราขีดเส้นใต้ไว้

1.2  หากบทความยาวพอสมควร 5-6 บรรทัดให้อ่านอย่างคร่าว ๆ เมื่อพบคำที่ขีดเส้นใต้แล้วให้อ่านอย่างจริงจัง

2.                ข้อสอบให้ตั้งชื่อเรื่อง

2.1         หาประธานของบทความ  โดยดูจากตัวเลือกว่าคำใดที่ซ้ำกันมากที่สุดและคำนามในประโยคแรกของย่อหน้าแรก

2.2         ดูประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า  รวมกับประโยคสุดท้ายของย่อหน้าสุดท้ายเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

2.3         นำข้อ 2.1 และ 2.2 มาพิจารณารวมกันอีกครั้ง

3. ข้อสอบถามสาระสำคัญของบทความ

3.1 หาประธาน    (ทำเหมือนกับข้อ 2.1)

3.2 หาคำที่สำคัญ  (ทำเหมือนบทความสั้น)

4. ข้อสอบถามจุดประสงค์ของผู้เขียน (บทความจะกล่าวเชิงลบ)

4.1 หาสาระสำคัญของบทความ

4.2 เอาสาระสำคัญมาเปลี่ยนแปลงจากเชิงลบให้เป็นเชิงบวก

4.3 บทความอาจจะมีคำว่า เพื่อ สำหรับ  วางไว้ท้ายบทความ( เพื่อ สำหรับ ให้บอกจุดประสงค์ของบทความ)

5. ข้อสอบถามความหมายของคำศัพท์

5.1 ดูบริบทที่มาขยายของศัพท์คำนั้น

5.2 ถ้าศัพท์เป็นคำกริยา  ให้ดูคำนาม  ถ้าศัพท์เป็นคำนามให้ดูกริยา

5.3 แปลรากศัพท์ของคำนั้น ๆ

6. ข้อสอบถามข้อใดถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้อง  ให้ทำเหมือนกับข้อ 1 คือขีดเส้นใต้คำนาม  คำนามเฉพาะ  ตัวเลข  หรือคำที่สามารถจดจำง่าย  แล้วทำการค้นหา              

 

รูปแบบของข้อสอบข้อบกพร่องทางภาษา

รูปแบบที่ 1            คำหรือกลุ่มคำที่ฟุ่มเฟือยหมายความว่ามีคำหรือกลุ่มคำที่มีความหมายเดียวกันตัดออกไปแล้ว  

                        1 ชุดยังให้ใจความเหมือนเดิม

รูปแบบที่ 2            กำกวม  หมายความว่า ประโยคหรือข้อความนั้นสามารถตีความได้มากกว่า 1 ประเด็น

แบ่งเป็น 3 กรณี

1.               กำกวมที่เกิดจากคำประสม  เช่นข้าวเย็น

2.               กำกวมที่เกิดจากการวางวลีบอกจำนวน บอกเวลา ส่วนขยายไว้ท้ายประโยค

3.               กำกวมเกิดจากการให้ความหมายของคำที่ขัดแย้ง

รูปแบบที่ 3            การใช้คำศัพท์ผิดความหมาย

รูปแบบที่ 4            การใช้คำเชื่อมให้สอดคล้องกับรูปประโยค (ให้ดูทฤษฎี คำเชื่อมและบุพบท)

 

                                                ทฤษฎีคำเชื่อมบุพบทและสันธาน

บุพบท  คือ คำที่ใช้นำหน้าคำอื่นเช่นนำหน้าคำนาม สรรพนาม

สันธาน คือ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมคำ หรือเชื่อมข้อความให้ติดต่อกัน หรือเชื่อมประโยค

1.                  ต่อ (บุพบท)  ใช้เน้นความเป็นเฉพาะ และการกระทำต่อหน้า จะใช้ร่วมกับคำกริยาบางคำ  ตัวอย่างการใช้  

ยื่นคำร้องต่อศาล ให้การต่อเจ้าหน้าที่  เป็นกบฎต่อรัฐบาล  ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ  ผลต่อ  ผลกระทบ 

       ส่งผลต่อ  สำคัญต่อ  เอื้ออำนวยต่อ   อิทธิพลต่อ  ขึ้นตรงต่อ  จำเป็นต่อ

2.    แก่  แด่ (บุพบท)  แก่  ใช้นำหน้าผู้รับ ให้  มอบ  แจก  ส่ง  สงเคราะห์  คำกลุ่มนี้ต้องใช้ แก่ + ผู้รับ ส่วนแด่

        ใช้นำหน้าผู้รับที่มีศักดิ์  ฐานะที่สูงกว่า  เช่น ถวายพระพรแด่องค์พระประมุข  ห้ามใช้ มอบสำหรับ

3.    กับ (บุพบท) ให้เมื่อประธานที่ทำกริยาเดียวกัน  เวลาเดียวกัน  สังเกต ประธาน 1+ กับ+ ประธาน2 หรือใช้

       ร่วมกริยาบางคำและใช้กับวิเศษณ์บอกระยะทาง ใกล้กับ    ตัวอย่าง   เขากับฉันไปดูหนัง  เกี่ยวข้อกับ 

       สัมพันธ์กับ  ผูกพันกับ  ประสานกับ  ชี้ แจงกับ  ต่อสู้กับ  ปราศรัยกับ ร่วมมือกับ  ห้ามใช้เกี่ยวข้องต่อ  ผูกพันต่อ

4.   จาก (บุพบท)  ใช้บอกแหล่งที่มา  ให้นำหน้าวัสดุ  ให้กับคำกริยาใช้บอกระยะทาง ไกลจาก  ให้กับคำกริยา

       บางคำ  เช่น เดินทาง มาจากจังหวัดเลย น้ำไหลมาจากยอดดอย  ผลิตจาก  ทำมาจาก  ทำจาก  ได้รับจาก 

       รับจาก  ขอจาก  ถอนจาก  เบิกจาก   เก็บจาก    ห้ามใช้  น้ำไหลมาแต่ 

5.               ตาม (บุพบท)  ใช้นำหน้าสิ่งที่ถูกต้อง  ข้อบังคับ  ข้อกำหนด  ใช้บอกจำนวนที่แน่ชัด  ใช้นำหน้าสิ่งที่กำหนดขึ้นล่วงหน้า เช่น ตามกฎหมาย  ตามกติกา  ตามข้อบังคับ  ตามสัดส่วนที่ได้กำหนด  ตามโครงการ  ตามนโยบาย  ห้ามใช้ในกฎหมาย   ด้วยกฎหมาย  โดยกฎหมาย  ในสัดส่วน  ในเป้าหมาย

6.    เพื่อ  สำหรับ   เพื่อ  ใช้บอกจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมาย  สำหรับ ใช้บอกจุดประสงค์โดยเฉพาะเจาะจง 

       กลุ่มนี้ไม่ค่อยผิด

7.   คือ ให้ความหมายของคำที่อยู่ด้านหน้า หากบอกจำนวนจะหมายถึงจำนวนที่แน่ชัด  เช่น เลย คือจังหวัดที่

       ตั้งอยู่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ

   เป็น  ใช้อธิบายเพิ่มเติมคำที่อยู่ด้านหน้า หากบอกจำนวนจะหมายถึงจำนวนที่ไม่แน่ชัด  เลยเป็นจังหวัดที่มี

   อารยธรรมเก่าแก่

8.   โดย  ด้วย  ให้นำหน้าผู้กระทำ หรือนำหน้าการกระทำ ใช้นำหน้าเครื่องใช้ เช่น เจรจาโดยสันติ เดินทางโดย

      เครื่องบิน    ถูกตีด้วยท่อนไม้  ห้ามใช้ เจรจาตามสันติวิธี  อังกะลุงทำโดยไม้ไผ่

9.    ถูก ได้รับ  ถูก ใช้นำหน้าคำกริยาที่ไม่ดี ได้รับ ใช้นำหน้ากริยาที่ดี  ตัวอย่าง ถูกเตะ ถูกตี  ได้รับเชิญ  ได้รับ

       การรอบรม

 

10.   โดยเฉพาะ  ใช้เน้นคำข้างหน้าให้หนักแน่นยิ่งขึ้น  เช่น ภาษาโดยเฉพาะภาษาพูด  ภาคเหนือโดยเฉพาะ

        เชียงใหม่       

11.    และ  ให้แสดงถึงความคล้อยตามของเหตุการณ์ ให้ความหมายว่าทั้งหมดทั้งสิ้น  เช่นกินข้าวและอาบน้ำ

        หรือ  ใช้แสดงให้ทราบว่าเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง  ใช้คั่นสิ่งของ 2 อย่างซึ่งเป็นอันเดียวกันแต่เรียกชื่อ

        คนละอย่าง เช่น แม่ฮ่องสอนหรือเมืองสามหมอก เครื่องหมายอัญประกาศหรือเครื่องหมายคำพูด ข้อสอบ

        จะวัดความเข้าใจของคำว่า และ กับคำว่าหรือ ใช้แตกต่างกันอย่างไร

12.   เพราะ  เนื่องจาก     ใช้เชื่อมความเป็นเหตุและผลต่อกัน เพราะ ไม่สามารถขึ้นต้นประโยคได้  เช่น เขา

         เรียนเก่งเพราะ(เนื่องจาก)เขาขยันอ่านหนังสือ เนื่องจากเขาขยันอ่านหนังสือเขาจึงเรียนเก่ง  ห้ามใช้ ก็

         เพราะ  สืบเนื่องมาจาก  เพราะฟุ่มเฟือย

13.               แต่ (สันธาน) ใช้เชื่อมความขัดแย้ง  ส่วนมากจะใช้กับกริยาปฏิเสธ  เช่น เขาไม่สบาย  แต่เขาก็ยังมาสอน  ทั้ง ๆ ที่ไม่สบาย แต่เขาก็ยังมาสอน  ข้อสอบจะให้แยกความแตกต่างของคำว่า และ  แต่

14.               ระหว่าง  จะใช้คูกับคำว่า กัน  ให้จำว่า  ระหว่าง……กับ…… เช่น ปัญหาข้อพิพากรระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังหาข้อสรุปไม่ได้  ห้ามใช้  ระหว่าง…….และ

15.    ของ  เป็นคำที่แสดงความเป็นเจ้าของ จะนำหน้าคำนาม  ประเทศ  คน  หน่วยงาน  เช่น นโยบายเร่งด่วน

         ของกระทรวงมหาดไทยคือ…………   ข้อสอบจะให้แยกความแตกต่างของคำว่า ของ แห่ง

16.     แห่ง  เป็นคำที่แสดงความเป็นเจ้าของในเรื่องหมวดหมู่ หรือส่วนย่อยและส่วนใหญ่ เช่น สมาคมวางแผน

          ครอบครัวแห่งประเทศไทย

17.     เมื่อ  ใน  เป็นคำที่ใช้นำหน้าเวลา  คำทั้งสองสามาถนำขึ้นต้นประโยคได้   เช่น เมื่อ ปี พ.. 

18.    ที่  ใน  เป็นคำที่ใช้นำหน้าสถานที่  เช่น เขาพบเธอที่บ้าน  ห้ามใช้ ที่  ใน  พร้อมกัน

19.                         ทั้ง  ต้องใช้คู่กับและ โครงสร้าง  ทั้งและ….รวมทั้ง (ตลอดจน) เช่น ทั้งเขาและเธอต่างก็มีความสุข

        ห้ามใช้ ทั้ง.หรือ

20.                         ได้แก่  เช่น  อาทิ  เป็นต้นว่า  เป็นคำที่ใช้ยกตัวอย่าง คำกลุ่มนี้จะใช้กับจำนวนที่ไม่แน่นอน  คำว่าได้แก่ห้ามตามหลังประธาน  เช่น  จังหวัดในภาคเหนือบางจังหวัด เช่น……ห้ามใช้ อาทิเช่น  ห้ามใช้จังหวัดในภาคเหนือมี 11 จังหวัด เช่น….

21.    ดังนั้น  จึง  เพราะฉะนั้น  ดังนั้น……จึง….. เป็นคำที่ใช้สรุปข้อความ  เนื่องจาก+สาเหตุ+จึง+ข้อสรุป  

         ดังนั้น+นาม+ จึง+ข้อสรุป  เช่น เขาเป็นคนขยันจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต  ข้อสอบจะเน้น

โครงสร้างที่ต่อเนื่องคือ ดังนั้นจึง        เนื่องจาก….จึง

22.    ถ้า….แล้ว   เป็นคำที่แสดงเงื่อนไข  อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้  เช่น  ถ้าเขาขยัน  แล้วเขาจะสอบได้  ห้ามใช้

ถ้า หาก พร้อมกันจะทำให้ฟุ่มเฟือย

23.               อย่างไรก็ตาม  อย่างไรก็ดี  ใช้ขึ้นต้นประโยค  หรือขึ้นต้นย่อหน้าใหม่  เป็นสันธานที่แสดงถึงความขัดแย้ง  ไม่สามารถเชื่อมคำหรือวลีได้   เช่น อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังต้องแก้ไขข้อบกพร่องในการทำงานอีกมาก  ห้ามใช้ ก็อย่างไรก็ตาม

                                ทฤษฎีการเรียงประโยค

1.               หาข้อขึ้นต้นประโยค  โดยยึดหลักดังนี้

1.1         คำนาม  รวมทั้งคำ  "การ+กริยา"  และ "ความ+ วิเศษณ์"

1.2         ช่วงเวลา  รวมทั้งคำ เมื่อ  ใน  (ช่วงเวลาถ้าไม่ขึ้นต้นก็จะอยู่ประโยคสุดท้าย)

1.3         คำเชื่อมบางคำ  เนื่องจาก  แม้ว่า  ถ้า  หาก  คำเหล่านี้จะขึ้นต้นได้ต้องรวมกับคำนาม

1.4         หนังสือราชการ  ขึ้นต้นด้วย  ตาม  ตามที่  ด้วย

2.               คำเชื่อมที่เป็นคำมาตรฐานมี 11 คำคือ  ที่  ซึ่ง  อัน เพื่อ ใน  โดย  ด้วย  สำหรับ  ของ  จาก  ตาม  คำเหล่านี้

      ขึ้นต้นประโยคไม่ได้  ยกเว้นคำว่า ใน+นาม จาก+นาม  ตาม+ข้อบังคับ  ตาม+หน่วยงาน และถ้าคำเหล่านี้

       อยู่กลางประโยคถือเป็นส่วนขยายให้ตัดส่วนขยายเหล่านั้นทิ้ง

3.   คำปิดประโยค อีกด้วย  ก็ตาม  นั้นเอง  ต่อไป  เท่านั้น  ถ้าคำเหล่านี้ลงท้ายของข้อแล้วส่วนมากข้อนั้น

      จะเป็นข้อสุดท้าย  ช่วงเวลา  ประโยคคำถาม

3.               โครงสร้างประโยคที่ใช้บ่อย  ทั้งและ….รวมทั้ง(ตลอดจน)  นอกจาก……แล้วยัง(ยังต้อง)  ไม่………แต่  

      แม้แต่    ดังนั้น+นาม+จึง   ถ้า……แล้ว(ยัง)

5.                คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะจะต้องบวกคำกริยา เช่น  ประเทศสมาชิกอาเซียน  กระทรวงมหาดไทย

6.               หากมีข้อใดขึ้นต้นด้วยคำว่า  และ หรือ  ให้ใช้เทคนิคหาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน

7.               หากมีข้อใดขึ้นด้วยคำว่า  กับ  ต่อ  ให้หาคำกริยาที่ใช้คู่กัน  เช่น  ประสานกับ  ชี้แจงกับ  ผลต่อ

8.               ในการเรียงหากเหลือ 2 ข้อ  ให้พิจารณากริยาใดเกิดขึ้นก่อน  หรือเกิดทีหลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จงอ่านข้อความที่กำหนดให้  แล้วตอบคำถามโดยพิจารณาเลือกตัวเลือก 1,2,3 หรือ 4 ที่ถูกต้องที่สุด

1.               การที่มนุษย์มีสมองใหญ่จึงรับรู้ได้มาก  คิดได้มาก  และเกิดกิเลสมากกว่าสัตว์  เมื่อมนุษย์ถ่ายทอดประสบการณ์มากขึ้นก็จะแยกกันประกอบงานต่าง ๆ ทำให้เกิดอาชีพต่าง ๆ แต่ละคนกลายเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ต้องพึ่งพาผู้อื่น  จึงต้องรวมกันอยู่เป็นสังคมใหญ่เกิดชั้นวรรณะต่าง ๆ ต้องมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน  เมื่อเกิดระบบเงินตราทำให้มนุษย์เกิดความโลภมากขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด  จากบทความข้างต้นใจความสำคัญคือข้อใด

1. สาเหตุของการเกิดระบบเงินตรา                                           2. สาเหตุการเกิดความโลภของมนุษย์

3. สาเหตุของการแบ่งชั้นวรรณะ                                                               4. สาเหตุที่มนุษย์ประกอบอาชีพ

2.               การที่สารตะกั่วจะก่อให้เกิดอันตรรายแก่มนุษย์เราได้นั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกายเาทางหนึ่งทางใด  ได้แก่การบริโภค  การหายใจ  การสัมผัส ผู้ป่วยอาจได้รับจากควันของตะกั่ว  เช่นการหลอมตะกั่ว  ควันรถยนต์ ฯลฯ เมื่อมีปริมาณของตะกั่วมากขึ้นจะเกิดพิษแก่ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย  ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจถึงแก่ชีวิตได้  บางรายก็ป่วยอย่างเรื้อรังอยู่เป็นเวลานาน ๆ เหล่านี้เป็นต้น            บทความข้างต้นกล่าวถึงเรื่อใด

1. อันตรายจากสารตะกั่ว                                                                            2. ปริมาณของสาตะกั่วที่จะเป็นพิษต่อร่างกาย

3. ทางที่สารตะกั่วจะเข้าสู่ร่างกาย                                                              4. ที่มาของสาพิษ

3.               ไม่ว่าทรรศนะของนักวิชาการในสถาบันการศึกษาที่มีต่อโหราศาสตร์จะเป็นเช่นไร  แต่ในโลกแห่งความจริงในสังคมไทยทุกวันนี้  โหราศาสตร์ได้มีอิทธิพลอย่างมากมายต่อการตัดสินใจการกระทำหรือไม่กระทำการของบุคคลในวงการต่าง ๆ ทั้งแวดวงธุรกิจ  วงการทหาร  และแม้ในวงราชการเองซึ่งย่อมมีผลก่อการพัฒนาประเทศอย่างมิต้องสงสัย

ข้อใดสอดคล้องกับบทความข้างต้น

1.               นักวิชาการในสถาบันศึกษาไม่น่าจะสนใจในเรื่องโหราศาสตร์

2.               ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์มักเป็นไปตามระดับการศึกษาของแต่ละบุคคล

3.               โหราศาสตร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการดำเนินงานในวงการต่าง ๆ

4.               โหราศาสตร์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้

4.     ผู้เขียนตำราต้องเป็นผู้รู้ภาษาดี  ถ้าผู้รู้ภาษาไม่ดีคนอ่านไม่เข้าใจก็ไม่มีประโยชน์

      ข้อความข้างต้นตีความได้อย่างไร

1.               ผู้เขียนตำราต้องเป็นผู้สื่อสารที่ดี

2.               ภาษาเป็นสื่อสำคัญในการทำความเข้าใจระหว่างมนุษย์

3.               คนอ่านจะได้รับประโยชน์ในด้านการใช้ภาษานอกเหนือจากความรู้ในตำรา

4.               ผู้อ่านจะไม่ได้รับประโยชน์จากการอ่านตำรา  ถ้าผู้เขียนไม่มีความสามารถในการใช้ภาษา

5.             ปรัชญาการศึกษาแผนใหม่มีว่าในระดับอุดมศึกษาไม่จำเป็นต้องแยกระหว่างชีวิตการศึกษากับการประกอบอาชีพ

ข้อความข้างต้นตีความได้อย่างไร

1.               ชีวิตการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะสอดคล้องกับการประกอบอาชีพ

2.               ผู้ที่มีความจำเป็นต้องประกอบอาชีพสามารถจะศึกษาระดับอุดมศึกษาในเวลาเดียวกันได้

3.               การศึกษาระดับอุดมศึกษาควรเน้นวิชาชีพ

4.               ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะประกอบอาชีพอื่น ๆ ได้มากขึ้น

6.             คำศัพท์ต่าง ๆ ที่ปรากฏในจารึกส่วนใหญ่เป็นโบราณิกศัพท์  ดังนั้นการแปลภาษาไทยโบราณเป็นภาษาไทยปัจจุบันจะต้องศึกษาคำศัพท์จากวรรณกรรมโบราณ  วรรณกรรมท้องถิ่น  รวมทั้งภาษาท้องถิ่นที่ยังปรากฎใช้อยู่

ข้อใดตีความไม่ถูกต้อง

1.               คำที่ใช้ในจารึกส่วนใหญ่เป็นภาษาไทยโบราณ

2.               วรรณกรรมโบราณก็เป็นแหล่งสำหรับศึกษาความหมายของคำศัพท์ได้

3.               ศัพท์ในภาษาท้องถิ่นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย  เคยใช้ในสมัยโบราณอย่างไรก็คงใช้ในปัจจุบันเช่นนั้น

4.               การที่ต้องศึกษาวรรณกรรมโบราณ  วรรณกรรมท้องถิ่น  และภาษาถิ่น  ก็เพื่อให้รู้ความหมายของศัพท์โบราณใดถูกต้อง

7.                                       ความคิดเรื่องสหกรณ์เป็นความคิดแบบสังคมนิยมโดยแท้  แต่การสหกรณ์ก็มีผู้นำไปใช้ได้ผลดีในเศรษฐกิจแบบ

นายทุนนั้นหลายแห่ง           

ข้อความนี้มีความหมายเหมือนกับข้อใด

1.   สหกรณ์เป็นอุดมคติของสังคมนิยม  และใช้ได้ไม่เหมาะกับประเทศทุนนิยม

1.               สหกรณ์เป็นอุดมคติทางเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม  แต่บางประเทศแบบทุนนิยมก็ใช้ได้ผลดี

2.               สหกรณ์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสังคมนิยม  แต่ขัดกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

3.               สหกรณ์เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจทุนนิยมและสังคมนิยมด้วย

8.                       ในปี  .. 2463 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชการที่ 6  ได้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ  อันเนื่องมาจากภาวะฝนแล้งและ

น้ำท่วมติดต่อกันเป็นเวลาถึง 3 ปี มีผลทำให้การทำนาไม่ได้ผลประกอบกับเกิดสงครางโลกครั้งที่ 1 ทำให้การค้ากับ

ต่างประเทศต้องหยุดชะงัก  งบประมาณของไทยได้เกิดขาดดุลเป็นจำนวนมาก และขาดดุลติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี         ข้อใดไม่สอดคล้องกับข้อความข้างต้น

1.               ในสมัยรัชการที่ 6  ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเป็นผลให้งบประมาณขาดดุล

2.               ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

3.               งบประมาณขาดดุลเกิดขึ้นครั้งแรกในรัชการที่ 6

4.               ในสมัยรัชกาลที่ 6 การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศได้หยุดชะงัก

9.                      คอมพิวเตอร์หรือสมองกลเป็นเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้น  มีความสามารถเหมือนมนุษย์ มีประสิทธิภาพในการรวบ

รวมข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีและมากกว่า  แต่มนุษย์ก็ยังเป็นผู้ควบคุมและสั่งการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน  ถ้ามนุษย์ไม่

มีคุณภาพ  คอมพิวเตอร์ก็ต้องไม่มีประสิทธิภาพเช่นกัน  

ข้อความนี้กล่าวสรุปได้อย่างไร

1.   คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่เก่งกว่ามนุษย์               

                        2.   คอมพิวเตอร์ไม่สามารถและทำงานเองได้ต้องอาศัยมนุษย์

                        3.   คอมพิวเตอร์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้าผู้ควบคุมไม่มีคุณภาพ

      4.   คอมพิวเตอร์เป็นแค่เครื่องมือช่วยในการทำงานของมนุษย์

10.           กระดาษที่ใช้ห่อหรือใส่อาหารโดยเฉพาะพวกกล้วยทอด  มันทอด  กล้วยปิ้งนั้น  ไม่ควรเป็นกระดาษที่มีตัวหนังสือ 

ทั้งนี้เพราะหมึกพิมพ์นั้นจะมีโลหะหนักเช่น ตะกั่ว  โคเมียม  เป็นส่วนประกอบ  ถ้าหมึกพิมพ์ไปติดกับอาหารที่รับประทานจะทำให้สารเคมีโลหะหนักเข้าไปสะสมในร่างกายทำให้เกิดเป็นโรคต่าง ๆ ได้  สำคัญที่สุดก็คือ  โรคมะเร็ง

     ข้อความข้างต้นสรุปได้อย่างไร

1.  ไม่ควรรับประทานกล้วยทอด  มันทอด  กล้วยปิ้งที่ใส่ถุงกระดาษที่มีน้ำหมึกติดอยู่

                        2.  ไม่ควรรับประทานอาหารที่เปื้อนหมึกเพราะโลหะหนักจะเข้าไปสะสมในร่างกาย

                             3.  ไม่ควรใช้กระดาษที่มีตัวหนังสือใส่หรือห่ออาหารเพราะสารเคมีมีโลหะหนักเป็นสาเหตุของการเกิดโรค

                                  ต่าง ๆ

                        4.  ไม่ควรใช้กระดาษที่มีตัวหนังสือใส่หรือห่ออาหารเพราะกระดาษเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคที่สำคัญ

                         

บทความยาว

                หนังสือหรือข้อเขียนใด ๆ คือสิ่งที่มนุษย์เขียนขึ้น  การเขียนจึงหมายถึง  สิ่งที่มนุษย์คิดออกมาเป็นตัวอักษรมนุษย์เขียนอะไร   คำตอบคือ มนุษย์เขียนสิ่งที่ตนเองรู้หรือคิด ถ้าเช่นนั้น  การอ่านคืออะไร  การอ่านคือความพยายามที่จะถ่ายทอดสิ่งที่มนุษย์เขียนไว้กลับออกมาเป็นความคิด  เมื่อพิจารณาอย่างนี้แล้ว  ย่อมเห็นว่า  การอ่านกับการเขียนเป็นของคู่กัน  มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก

                อย่างไรจึงจะเรียกว่า อ่านดี หรือ เขียนดี เรื่องนี้นักปราชญ์ทางภาษาได้ให้ทรรศนะไว้ว่า "ผู้เขียนแสดงความคิดอย่างไร  ผู้อ่านก็ได้ความคิดอย่างนั้น" อย่างนี้เรียกว่าเขียนดี  และ "ผู้เขียนแสดงความคิดอย่างไรผู้อ่านเข้าใจได้หมด  รู้เท่าทันทุกความคิด  แต่ผู้อ่านมีความคิดเป็นของตน  รู้จักวิเคราะห์ วิจารณ์เลือกรับแต่ความคิดที่เป็นประโยชน์  ขจัดความคิดที่ไร้สาระออกไปเพราะอ่านอย่างมีวิจารณญาณ" อย่างนี้เรียกว่าอ่านดี

11.         บทความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร

1.    การเขียนหนังสือ                                                        2.    การเขียนกับการอ่าน

3.    การเป็นนักอ่านที่ดี                                                    4.    การอ่านขั้นใช้วิจารณญาณ

12.         การเขียนดีจะต้องมีลักษณะอย่างไร

1.               ผู้อ่านเข้าใจความหมายของข้อเขียนได้ตรงกับที่ผู้เขียนต้องการ    

2.               ผู้เขียนใช้เหตุผลและหลักฐานต่าง ๆ ประกอบการเขียน

3.               ความคิดที่แสดงออกมาทันสมัยและเป็นจริง                        

4.               ภาษาที่สละสลวยและเข้าใจง่าย

13.         ที่กล่าวว่า "อ่านดี" หมายความว่าอย่างไร

1.               อ่านเอาจริงเอาจริง                                        2.    เลือกอ่านเฉพาะตอนที่ดีและมีสาระ

           3.   อ่านแล้วมีความรู้สึกคล้อยตาม                          4.    อ่านแล้วได้ความรู้และความคิด

14.         ผู้เขียนมีความประสงค์จะเน้นสิ่งใด

1.               การเขียนและการอ่านที่ดี                                2.    ความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนกับการอ่าน

3.   ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนที่ดีกับผู้อ่านที่ดี            4.    ความสามารถในการเขียนและการอ่าน

จงอ่านข้อความที่กำหนดให้  แล้วพิจารณาเลือกตัวเลือก 1, 2, 3, หรือ 4 เติมในช่องว่างให้ถูกต้องตามหลักภาษา และให้มีความหมายสอดคล้องกับข้อความที่กำหนดให้นั้น

15.         ตบะในพุทธศาสนาหมายถึงความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ตัดความกังวลในการแสวงหาสิ่งปรนเปรอความสุขให้…………เท่าที่จำเป็นในการดำรงชีวิต

1. เหมาะสม                2. เพียงพอ                              3. เหลือเพียง                      4. พอประมาณ      

16.         ข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อนี้  สามารถตกลงกันได้ 7 ข้อเท่านั้น………….ข้อเรียกร้องที่ให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงกำหนดราคาข้าวขั้นต่ำขึ้นใหม่

1. ยกเว้น                     2. นอกจาก                             3. กล่าวคือ                         4. โดยเฉพาะ

17.         …………….ให้เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นั้น  ให้ออกให้เฉพาะแก่บุคคลผู้มีภูมิรู้สอบได้ประโยคมัธยม 6 หรือมีภูมิความรู้รอบตัวเป็นที่พอใจของเจ้าพนักงานผู้ออก

1. ใบรับรอง              2. ใบอนุมัติ                            3. ใบอนุญาติ                       4. ใบประกาศนียบัตร

18.         คำว่า"ประสิทธิภาพ" ในวงราชการมีความหมายกว้างไม่เหมือนกับประสิทธิภาพของธุรกิจเอกชน ซึ่ง…………….เฉพาะผลที่ได้รับจากการบริการหรือการจัดการที่ได้กำไรหรือขาดทุน

1. คิดถึง                     2. พิจารณา                              3. มุ่งหวัง                             4. ตระหนัก

20.      ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนเริ่มจะมีความเห็นขัดแย้งกัน  เวียดนามจึงพยายามใช้จุดนี้เพื่อสร้าง

          ความ……….…….ในกลุ่มประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้น

1. แตกแยก             2. แตกร้าว                              3. ขัดแย้ง                                4. แตกต่าง

19.         ข้าราชการต้อง……………การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐ

            ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ

1. เลื่อมใส                 2. ยอมรับ                               3. ส่งเสริม                            4. ยึดมั่น

22.       ……………ทางสังคมทำให้ทุกคนดิ้นรนที่จะมุ่งศึกษาให้สูงถึงขั้นระดับปริญญาโท

1. ความเจริญ             2. ค่านิยม                          3. ความเปลี่ยนแปลง                                4. ความก้าวหน้า

20.         ระบบหมายถึงระเบียบที่เกี่ยวกับการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะที่ซับซ้อนให้เข้าลำดับ……….กัน

           เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามหลักเหตุผลทางวิธีการ

1. ผูกพัน    2. ประสาน                      3. ผสม                 4. ประสม

24.      ความสำเร็จของการพัฒนาประเทศต้องขึ้นอยู่กับ………….ระหว่างประชาชน รัฐบาล และเอกชน

                1. ความสามารถ        2. ความร่วมมือ                   3. การประสานงาน                4. ความเข้าใจ

25.                         การกระทำทุกอย่างในพุทธศาสนาสอนให้มีความฉลาดในวิธีการที่เรียกว่า "อุบายโกสลา" ด้วยไม่ใช่นึก

         จะทำอะไรก็ทำไปโดยไม่พิจารณาหรือเตรียมการให้……..……

1. ถ่องแท้                  2. รอบคอบ                         3. ครบถ้วน                            4. เรียบร้อย

26.      พระไตรปิฎกคือตำราหรือหนังสือซึ่ง……….……คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาไว้เป็นหลักฐาน

1. แสดง                     2. จัดทำ                               3. บันทึก                                                4. เรียบร้อย

27.      เท่าตัวมีความหมายว่า……..………จำนวน……….….ขนาดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

1. ให้       กับ          2. มี         หรือ                        3. ใช้       และ                         4. ยก       ตาม

28.                         พุทธจริยธรรมบ่งถึงความประพฤติที่เรียกว่า  "จาริตตะ" อันกลายมาเป็นจารีตในภาษาไทย………การ

          ควรเว้นที่เรียกว่า "วาริตตะ"  ………………."วิรัติ"

1. และ       และ                       2. และ     หรือ                        3. หรือ     หรือ                       4. หรือ     และ

29.                         การช่างของไทยได้………….มาตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม  ดังจะเห็นได้จากการช่างในสมัยรัชกาลที่ 5 

          นั้น  ได้รับเอารูปแบบของศิลปะและการช่างอย่างตะวันตกเข้ามา…………กับการช่างไทย

1. ก้าวหน้า     ปะปน             2. เจริญ      คลุกคลี                3. พัฒนา     ผสมผสาน           4. รุ่งเรือง    เกี่ยวข้อง

30.                         พุทธบริษัททั่วไปทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์  เมื่อเห็นว่าวัดเป็นสถานที่มีคุณดังกล่าวแล้วนั้น  ควรช่วย

         กัน………บำรุงหาทางช่วยกัน……….ความเจริญมาสู่วัด

1. รักษา     สร้างสรรค์           2. อนุรักษ์     สร้างเสริม        3. สนับสนุน     พัฒนา           4. อุปถัมภ์     นำ

 

จงพิจารณาข้อความในตัวเลือกว่าข้อความใดเป็นลำดับที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 หรือที่ 4 แล้วจึงตอบคำถามของแต่ละข้อ

31.       ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3

1.               โดยยึดข่าวสาร ข้อมูลที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมประกอบการนั้น ๆ

2.               ถ้าหากไม่กระทำสิ่งเหล่านั้นก็เพราะไม่ทราบวัตถุประสงค์

3.               ทฤษฎีสมองกลถือว่าคนเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งมักทำอะไรอย่างมีจุดหมาย

4.               หรือไม่ทราบผลร้ายที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง

32.      ข้อความใดเป็นลำดับที่ 4

1.               ก็มักจะเป็นเวลาที่เราใกล้จะเสียหรือสูญสิ่งนั้นไปแล้ว

2.               พยายามที่จะเรียกร้องป้องกันต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งนั้นกลับคืนมา

3.               คนเรากว่าจะค้นพบว่าสิ่งใดมีคุณค่าต่อชีวิตของเรา

4.               ความกลัวที่จะต้องสูญเสียมักจะเป็นตัวผลักดันให้คนเรา

33.      ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3

1.               ในปัจจุบันคำว่า"สัญลักษณ์"เข้ามามีบทบาทในสังคมเป็นอย่างมาก

2.               ตลอดจนยากต่อการปลอมแปลงของคู่แข่งทางการค้าอีกด้วย

3.               ทั้งนี้เพื่อความสะดวก ง่ายต่อการจดจำ และการนำไปใช้

4.               เพราะเป็นเครื่องหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่กำหนดขึ้นมาแทนสิ่งนั้น ๆ

34.      ข้อความใดเป็นลำดับที่ 4

1.               ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพอีกกลุ่มหนึ่ง

2.               เช่น ยากลุ่มเพนนิชิลิน  เดตาชัยคลีน

3.               ยาปฏิชีวนะ เป็นสารประกอบทางเคมีใด ๆ ที่ผลิตหรือสร้างขึ้นโดยจุลชีพ

4.               หรือไปขัดขวางหรือไปทำลายจุลชีพกลุ่มนั้น ๆ

35.      ข้อความใดเป็นลำดับที่ 1

1.               ในอดีตประชาชนชาวไทยยังเคยชินกับการปกครองแบบมีผู้นำคอยชี้นำ

2.               ซึ่งทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสในการคิดและตัดสินใจ  นอกจากการทำตามคำสั่ง

3.               แต่การปกครองแบบประชาธิปไตยถือว่าประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครอง

4.               ทำให้ต้องใช้เวลาอีกหลายปีที่กว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะเข้าใจ

36.      ข้อความใดควรอยู่ลำดับที่ 3

1.               เพื่อเป็นที่เสด็จประพาส

2.               วังพญาไทยสร้างในรัชกาลที่ 5

3.               ตลอดจนประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

4.               และให้ที่ในบริเวณวังเป็นเพาะปลูกทดลองธัญพืชต่าง ๆ

37.      ข้อความใดควรอยู่ลำดับที่ 2

1.               การใช้สิ่งของ  เครื่องมือ เครื่องใช้  ทุกอย่างที่ให้บริการ

2.               ทั้งนี้เพื่อให้สิ่งของ  เครื่องใช้  เหล่านั้นเป็นประโยชน์แก่เรามากที่สุด

3.               และให้ประโยชน์แก่เรานั้น

4.               จำเป็นที่ผู้ใช้จะต้องเข้าใจและรู้จักใช้ให้เป็น

38.      ข้อความใดควรอยู่ลำดับที่ 3

1.               ผู้มีอำนาจแต่งตั้งซึ่งรู้อยู่แล้วว่า

2.               ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม

3.               ตนจะต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ราชการไป

4.               ไม่พึงออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนไว้ล่วงหน้า

39.      ข้อความใดควรอยู่ลำดับที่ 4

1.               และเงินที่ได้รับนั้นก็จะต้องไม่เกินกว่าความเสียหายที่ตนได้รับ

2.               มิฉะนั้นก็จะเป็นช่องทางให้คนแสวงหากำไรจากการเอาประกันภัย

3.               ตนมีประโยชน์ส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย

4.               บุคคลจะเอาประกันภัยได้ต่อเมื่อ

40.      ข้อความใดควรอยู่ลำดับที่ 3

1.               เป็นการพิจารณาในแนวกว้างและในระยะยาว

2.               ซึ่งมีวิธีการและทางเลือกหลายทาง

3.               เพราะต้องพิสูจน์ถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินในโครงการ

4.               การทำงบประมาณแบบโครงการเป็นวิธีการที่ยึดถือโครงการเป็นหลัก

41.      ข้อความใดควรอยู่ลำดับที่ 3

1.               เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ

2.               เมื่อ 4 – 5 ปีก่อน อุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาจัดเป็นอุตสาหกรรม

3.               เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

4.               ที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

42.      ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3

                        1.   การปฐมพยาบาลคือการให้ความช่วยเหลือคนไข้ซึ่งเจ็บป่วยโดยกระทันหัน

                        2.   โดยใช้เครื่องมือเท่าที่จะหาได้ในขณะนั้น  เพื่อให้ผู้ป่วยหรือคนไข้พ้นอันตราย

                        3.   เป็นการช่วยลดอันตรายให้น้อยลงก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์ในโรงพยาบาลรักษาต่อไป

                        4.   หรือได้รับอุบัติเหตุ ณ สถานที่เกิดเหตุนั้น

43.      ข้อความใดเป็นลำดับที่ 4

                        1.   สะท้อนให้เห็นว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นปัญหาที่ทวีความสำคัญ

                        2.   แม้ว่าสถิติโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยมิได้มีอัตราเพิ่มขึ้นมาก

                        3.   และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมิใช่น้อย

                        4.   แต่การเพิ่มปริมาณการใช้วัคซีนในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

ให้พิจารณาข้อใดที่ถูกต้องตามหลักภาษาและไวยากรณ์

44.      1.   ข้อพิพาทระหว่างคูเวตและอิรักมีทั้งเรื่องปัญหาน้ำมันและปัญหาพรมแดน

2.   นายปรีดี  พนมยงค์ถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษของชาติ

3.                วินัยข้าราชการกำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ข้าราชการถือปฏิบัติ

4.                เทศนาโวหาร  หมายถึงการเขียนข้อความหมายให้กว้างขวางออกไป

45.      1.   การส่งออกของประเทศในไตรมาสแรกของปีมีนโยบายที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

2.               กรมศุลกากรเริ่มกวดขันในระเบียบการนำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ

3.               เจ้าหน้าที่นำเมล็ดพันธ์ข้าวจำนวนมากมาแจกให้เกษตรผู้ประสบภัย

4.               รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนที่จะส่งเสริมรายได้ของเกษตรในชนบท

46.           1.   การกระจายอุตสาหกรรมไปสู่ชนบทเป็นลู่ทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

2.                ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ชายฉกรรจ์จะถูกเกณฑ์แรงงานโดยทางราชการ

3.                การใช้พลังงานน้ำมันทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์กระจัดกระจายมากกว่าการใช้ถ่านหิน

4.                ชาวเขาส่วนใหญ่ยังคงดำรงชีวิตตามรอยบรรพบุรุษ

47.           1.   กรมการค้าระหว่างประเทศได้ฉวยโอกาสเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศ

2.               นักวิทยาศาสตร์ได้นำส่วนต่าง ๆ ของสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์

3.               จากผลการวิจัยพบว่ากว่าที่เนยเหลวจะกลายเป็นเนยแข็งใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น

4.               ทหารตามแนวชายแดนประเทศคูเวตได้รับคำสั่งให้หยุดยิงจากสหประชาชาติ

  ให้พิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้แล้วตอบคำถามตามเงื่อนไขที่กำหนด

48.                               กาแฟคือพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในโครงการลดพื้นที่เพาะปลูก  ตามนโยบายการปรับโครงสร้างการผลิตทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.. 2543

                                          

49.                               ลำไย  เป็นผลไม้ที่เหมาะกับอากาศทางภาคเหนือของประเทศ  จังหวัดที่ปลูกมากได้แก่ จังหวัดเชียงราย  พันธ์ที่นิยมปลูกได้แก่เบี้ยวเขียว  ชมพู  อีดอ  เป็นต้น

                                    

50.                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยให้ทราบว่า  สินค้าส่งออกทั้งมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมีปัญหาในการส่งออก  เพราะคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน

                                                                                                               

51.                               รูปเสมาธรรมจักรมีหน่วยราชการ  2  แห่ง ในประเทศไทยที่นำมาใช้เป็นเครื่องหมาย  คือ กระทรวงศึกษาธิการกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

52.                               ประเทศไทยสร้างป้อมหรือหอสำหรับรบขึ้นมาให้เป็นที่มั่นเพื่อต่อสู้กับข้าศึกศัตรู  ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  โดยเอาอย่างมาจากป้อมปืนไฟในโปตุเกส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
จงอ่านข้อความที่กำหนดให้  แล้วตอบคำถามโดยพิจารณาเลือกตัวเลือก 1,2,3 หรือ 4 ที่ถูกต้องที่สุด

1. เสียงของคำ เพี้ยนและกลายได้  ความหมายก็เพี้ยนและกลายได้ทำนองเดียวกัน เพราะเสียงและความหมายเป็นของคู่กัน  ถ้าแยกกันแต่ละส่วนก็ไม่เป็นคำพูดในภาษา  เพราะมีแต่เสียงอย่างเดียวก็เป็นเสียงที่ปราศจากความหมาย  ถ้ามีแต่ความหมายก็เป็นแต่ความในใจ  เมื่อไม่เปล่งเสียงออกมาก็ไม่มีใครทราบ   ข้อความนี้สรุปว่าอย่างไร

     1. ทั้งเสียงและความหมายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้                        2. ความสัมพันธ์ของเสียงและความหมายอยู่ที่การสื่อสาร

     3. การสื่อสารด้วยเสียงที่มีความหมายเป็นการสื่อสารที่สมบูรณ์ที่สุด  4. ในการสื่อสารต้องใช้เสียงและความหมายประกอบกันจึงจะเข้าใจกันได้

2. พินัยกรรมคือคำสั่งแสดงความตั้งใจครั้งสุดท้ายที่จะยกทรัพย์สินหรือวางข้อกำหนดใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตน  อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายแล้ว  ข้อความนี้สรุปว่าอย่างไร

     1. พินัยกรรมคือเอกสารแสดงเจตนาในเรื่องทรัพย์สินซึ่งถูกต้องตามกฎหมาย 

     2. พินัยกรรมคือเอกสารแสดงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับทรัพย์สินของผู้ตายตามที่ระบุไว้

     3. พินัยกรรมคือบรรดาทรัพย์สินทั้งปวงที่ผู้ตายได้มอบไว้แก่ผู้รับตามที่กำหนด

     4. พินัยกรรมคือมรดกที่ผู้ตายได้มอบไว้ให้แก่ผู้รับตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ทุกประการ

3. ผงซักฟอกที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีผลทำให้พืชน้ำเจริญเติบโตเร็ว เพราะว่ามีสารอาหารที่เป็นปุ๋ยของพืช แต่จะมีผลทำให้น้ำเสียในระยะหลัง  เพราะว่าพืชจะดึงออกซิเจนในน้ำมาใช้ในการหายใจ  ข้อความนี้ตีความว่าอย่างไร

     1. ผงซักฟอกมีส่วนทำให้น้ำเสีย                      2.    พืชน้ำเจริญเติบโตได้ดีในที่ ๆ น้ำเสีย

     3. ผงซักฟอกให้ประโยชน์แก่มนุษย์ได้หลายอย่าง       4.    พืชน้ำจะไม่ใช้ออกซิเจนในอากาศมาปรุงอาหาร

4. นิกายสงฆ์เกิดจากการตีความพระพุทธบัญญัติไม่ตรงกัน  เลยเกิดการแตกแยกในทางปฏิบัติข้อความนี้สรุปว่าอย่างไร

     1. นิกายสงฆ์ที่ต่างกันจะมีศีลต่างกัน                               2.    นิกายสงฆ์ที่ต่างกันจะมีศาสดาต่างกัน

     3. นิกายสงฆ์ที่ต่างกันจะมีการปฏิบัติต่างกัน              4.    นิกายสงฆ์ที่ต่างกันจะมีพุทธบัญญัติต่างกัน

5. ผู้เขียนตำราต้องเป็นผู้รู้ภาษาดี  ถ้าผู้รู้ภาษาไม่ดีคนอ่านไม่เข้าใจก็ไม่มีประโยชน์  ข้อความข้างต้นตีความได้อย่างไร

     1. ผู้เขียนตำราต้องเป็นผู้สื่อสารที่ดี          2.  ผู้อ่านจะไม่ได้รับประโยชน์จากการอ่านตำรา  ถ้าผู้เขียนไม่มีความสามารถในการใช้ภาษา

     2.  ภาษาเป็นสื่อสำคัญในการทำความเข้าใจระหว่างมนุษย์        3. คนอ่านจะได้รับประโยชน์ในด้านการใช้ภาษานอกเหนือจากความรู้ในตำรา 

6. อาหารนมจำเป็นต้องมีคุณภาพสูง มีกระบวนการผลิต แปรรูป และจำหน่ายที่ถูกสุขลักษณะ เพราะจุลินทรีย์สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมคุณภาพ หรือนำเชื้อโรคมาสู่คนได้ ทำนองเดียวกันจุลินทรีย์บางอย่างก็มีประโยชน์สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ได้สี  กลิ่น  และรสที่ตลาดต้องการ  และสร้างคุณประโยชน์แก่ร่างกายมนุษย์   ข้อความใดสรุปได้ถูกต้อง

1. อาหารนมที่มีคุณภาพสูงจะต้องไม่มีจุลินทรีย์ปะปนอยู่ 2. อาหารนมต่างจากอาหารประเภทอื่นเนื่องจากต้องมีกระบวนการกำจัดไม่ให้จุลินทรีย์ปะปน

3. จุลินทรีย์ในอาหารนมบางชนิดทำลายคุณภาพของผลิตภัณฑ์   4.  จุลินทรีย์ทุกชนิดในอาหารมักจะสร้างคุณประโยชน์แก่ร่างกายมนุษย์

7.  คอมพิวเตอร์หรือสมองกลเป็นเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้น  มีความสามารถเหมือนมนุษย์ มีประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีและมากกว่า  แต่มนุษย์ก็ยังเป็นผู้ควบคุมและสั่งการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน  ถ้ามนุษย์ไม่มีคุณภาพ  คอมพิวเตอร์ก็ต้องไม่มีประสิทธิภาพเช่นกัน   ข้อความนี้กล่าวสรุปได้อย่างไร

     1.   คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่เก่งกว่ามนุษย์                     2.   คอมพิวเตอร์ไม่สามารถและทำงานเองได้ต้องอาศัยมนุษย์

     3.   คอมพิวเตอร์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้าผู้ควบคุมไม่มีคุณภาพ              4.   คอมพิวเตอร์เป็นแค่เครื่องมือช่วยในการทำงานของมนุษย์

8. กระดาษที่ใช้ห่อหรือใส่อาหารโดยเฉพาะพวกกล้วยทอด  มันทอด  กล้วยปิ้งนั้น  ไม่ควรเป็นกระดาษที่มีตัวหนังสือ  ทั้งนี้เพราะหมึกพิมพ์นั้นจะมีโลหะหนักเช่น ตะกั่ว  โคเมียม  เป็นส่วนประกอบ  ถ้าหมึกพิมพ์ไปติดกับอาหารที่รับประทานจะทำให้สารเคมีโลหะหนักเข้าไปสะสมในร่างกายทำให้เกิดเป็นโรคต่าง ๆ ได้  สำคัญที่สุดก็คือ  โรคมะเร็ง        ข้อความข้างต้นสรุปได้อย่างไร

     1.  ไม่ควรรับประทานกล้วยทอด  มันทอด  กล้วยปิ้งที่ใส่ถุงกระดาษที่มีน้ำหมึกติดอยู่

     2.  ไม่ควรรับประทานอาหารที่เปื้อนหมึกเพราะโลหะหนักจะเข้าไปสะสมในร่างกาย

     3.  ไม่ควรใช้กระดาษที่มีตัวหนังสือใส่หรือห่ออาหารเพราะสารเคมีมีโลหะหนักเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ

     4.  ไม่ควรใช้กระดาษที่มีตัวหนังสือใส่หรือห่ออาหารเพราะกระดาษเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคที่สำคัญ

9. ตบะในพุทธศาสนาหมายถึงความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ตัดความกังวลในการแสวงหาสิ่งปรนเปรอความสุขให้…………เท่าที่จำเป็นในการดำรงชีวิต

    1. เหมาะสม            2. เพียงพอ                              3. เหลือเพียง                      4. พอประมาณ      

10. การช่างของไทยได้………….มาตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม  ดังจะเห็นได้จากการช่างในสมัยรัชกาลที่ 5     นั้น  ได้รับเอารูปแบบของศิลปะและการช่างอย่างตะวันตกเข้ามา…………กับการช่างไทย

1. ก้าวหน้า     ปะปน                             2. เจริญ      คลุกคลี                                3. พัฒนา     ผสมผสาน           4. รุ่งเรือง    เกี่ยวข้อง

11. พุทธจริยธรรมบ่งถึงความประพฤติที่เรียกว่า  "จาริตตะ" อันกลายมาเป็นจารีตในภาษาไทย………การควรเว้นที่เรียกว่า "วาริตตะ"  ……."วิรัติ"

1. และ       และ                       2. และ     หรือ                        3. หรือ     หรือ                       4. หรือ     และ

12. ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3

     1. โดยยึดข่าวสาร ข้อมูลที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมประกอบการนั้น ๆ             2. ถ้าหากไม่กระทำสิ่งเหล่านั้นก็เพราะไม่ทราบวัตถุประสงค์

     3. ทฤษฎีสมองกลถือว่าคนเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งมักทำอะไรอย่างมีจุดหมาย       4. หรือไม่ทราบผลร้ายที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง

13. ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3

     1. ในปัจจุบันคำว่า"สัญลักษณ์"เข้ามามีบทบาทในสังคมเป็นอย่างมาก   2. ตลอดจนยากต่อการปลอมแปลงของคู่แข่งทางการค้าอีกด้วย

     3. ทั้งนี้เพื่อความสะดวก ง่ายต่อการจดจำ และการนำไปใช้                    4. เพราะเป็นเครื่องหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่กำหนดขึ้นมาแทนสิ่งนั้น ๆ

14.  ข้อความใดเป็นลำดับที่ 4

     1. ก็มักจะเป็นเวลาที่เราใกล้จะเสียหรือสูญสิ่งนั้นไปแล้ว

     2. พยายามที่จะเรียกร้องป้องกันต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งนั้นกลับคืนมา

     3. คนเรากว่าจะค้นพบว่าสิ่งใดมีคุณค่าต่อชีวิตของเรา

     4. ความกลัวที่จะต้องสูญเสียมักจะเป็นตัวผลักดันให้คนเรา

ให้พิจารณาข้อใดที่ถูกต้องตามหลักภาษาและไวยากรณ์

15. 1.   ข้อพิพาทระหว่างคูเวตและอิรักมีทั้งเรื่องปัญหาน้ำมันและปัญหาพรมแดน   2. วินัยข้าราชการกำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ข้าราชการถือปฏิบัติ

      3.   นายปรีดี  พนมยงค์ถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษของชาติ    4. เทศนาโวหาร  หมายถึงการเขียนข้อความหมายให้กว้างขวางออกไป

16. 1.   การกระจายอุตสาหกรรมไปสู่ชนบทเป็นลู่ทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

      2.   ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ชายฉกรรจ์จะถูกเกณฑ์แรงงานโดยทางราชการ

      3.   การใช้พลังงานน้ำมันทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์กระจัดกระจายมากกว่าการใช้ถ่านหิน

      4.   ชาวเขาส่วนใหญ่ยังคงดำรงชีวิตตามรอยบรรพบุรุษ

17. เมื่อ 5 ปีก่อนอายุของแม่กับลูกเป็น 5 : 3 ปัจจุบันแม่อายุ 50 ปี อัตราส่วนอายุของแม่กับลูกจะเป็นเท่าใด

     1.        5 : 3         2.  25 : 16                                3.  27 : 17                                4. 50 : 32

18. ในการสอบบรรจุครั้งหนึ่งวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปคะแนนเต็ม 100 คะแนน  สมศรีชนะสมบัติ 10 คะแนน และชนะสมศักดิ์ 19 คะแนน ถ้าสมบัติและกับสมศักดิ์แข่งขันกัน  สมบัติจะชนะสมศักดิ์เท่าใด

     1.      9  คะแนน                 2.      10  คะแนน                    3.      11 คะแนน                     4.      12 คะแนน    

19. ในการสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป มีผู้สอบผ่าน 27% และมีผู้สอบไม่ผ่านทั้งหมด 584 คน อยากทราบว่ามีผู้เข้าสอบทั้งสิ้นกี่คน

     1.      600  คน                    2.       700 คน                         3.      800 คน                          4.      900 คน    

20. เชือกเส้นหนึ่งยาว 220 เมตร ถ้านำปลายเชือกมาชนกันเพื่อให้เชือกเป็นวงกลม อยากทราบว่าวงกลมดังกล่าวมีเส้นผ่าศูนย์กลาเท่าใด

     1.    60  เมตร                     2.     70  เมตร                         3.    80  เมตร                          4.    90 เมตร

21.  ถังใบหนึ่งบรรจุน้ำเต็มถัง รั่วไป 1/3 ถัง และตักออก 4 ลิตร  เหลือน้ำครึ่งถังพอดี ถังนี้จุน้ำได้กี่ลิตร

     1.    20 ลิตร                       2.    22 ลิตร                            3.    23 ลิตร                            4.    24 ลิตร                           

22. สมชายเดินทางจากเมือง  . ลงมายังเมือง ข. ที่อยู่ทางทิศใต้ 3 กิโลเมตร  และเดินทางไปเมือง ค. ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก 4 กิโลเมตร  อยากทราบว่าเมือง ก. และเมือง ค. ห่างกันกี่กิโลเมตร

     1.    3 กม.                           2.    4 กม.                                                3.    5 กม.                                                4.   6 กม.

23.  จักรยานคันหนึ่งล้อหน้ามีเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 เซนติเมตร  ล้อหลังมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร เมื่อปั่นจักรยานไป 10 กิโลเมตร  อัตราส่วนระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังจะเป็นเท่าใด

     1.        1 : 2                         2.       2 : 1                               3. 1 : 1                                     4. 2 : 2    

24. คนงาน 7 คน  ช่วยกันขุดบ่อ 7 บ่อ เสร็จภายใน 7 วัน  ถ้าคนงาน 3 คน  ขุดบ่อ 3 บ่อ จะเสร็จภายในกี่วัน

     1.    3   วัน                          2.    5  วัน                                                3.     7  วัน                                               4.    9  วัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น