วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เกี่ยวกับความรัก สาระน่ารู้ ประโยชน์ในการทำความดี บทความดีดีมีสาระน่ารู้

http://thailandsciens.blogspot.com/
http://forward-mail-thailand.blogspot.com/


เกี่ยวกับความรัก สาระน่ารู้ ประโยชน์ในการทำความดี บทความดีดีมีสาระน่ารู้

--
*

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ *
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
*http://www.oopps.bloggang.com*
*
* ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์
http://thaiphysics.blogspot.com


* บทเรียนบทรัก ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก
กลอนรัก เพลงรักhttp://love8love9.blogspot.com


* ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก
เพลงรักhttp://kongkoymusic.blogspot.com

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ข้อสอบ รวมชุดที่ 4 (ธุรการ รวม ภาวะผู้นำ)

1. ข้อใดถือเป็น องค์ประชุมของ ก.ต.ช.
ก. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ข. ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ค. ต้องมีกรรมการมาประชุมตั้งแต่หกคนขึ้นไป
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ค.

2. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

3. คณะกรรมการ ก.ต.ช. มีกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท

4. บุคคลใด ไม่ใช่ คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก. นายอารีย์ วงศ์อารยะ
ข. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ
ค. พล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์
ง. นายประกิจ ประจนปัจจนึก

5. ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น
ก. 2 ชั้น ข. 3 ชั้น ค. 4 ชั้น ง. 5 ชั้น

6. ข้อใด เขียนถูกต้อง
ก. จ.ส.ต.(ญ)
ข. จ.ส.ต.(หญิง)
ค. จ.ส.ต.หญิง
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

7. ผู้ใด ไม่ใช่ กรรมการข้าราชการตำรวจ โดยตำแหน่ง
ก. เลขาธิการ ก.พ.
ข. เลขาธิการ ก.พ.ร.
ค. จเรตำรวจ
ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ข้อ ค.

8. กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑)
และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒)
(ก) ได้ร่วมกันสรรหากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒)
(ข) โดยสรรหาได้ ร.ต.อ.แดงฯ อายุ 64 ปี
อดีตข้าราชการตำรวจซึ่งลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพทำนามาได้ 12 ปี
ขอทราบว่า การสรรหา ร.ต.อ.แดงฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก. ชอบ
ข. ชอบ ถ้าเป็นมติสองในสาม
ค. ไม่ชอบ
ง. ไม่ชอบ เพราะต้องเป็นข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไป

9. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ใดสามารถเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ในขณะเดียวกันได้
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค. เลขาธิการ ก.พ.
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

10. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ในการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐(๒) (ก)
ก. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ข. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ค. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้กำกับการขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ง. ถูกทุกข้อ
ตั้งแต่ข้อ 11 ถึง 14 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่าหน้าซองหนังสือราชการ
ให้พิจารณาว่าข้อความที่กล่าวในแต่ละข้อนั้น
หากจะเขียนหรือพิมพ์ลงบนหน้าซองจะต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงส่วน ใดของซอง
โดยยึดคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
ก.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านบนซ้าย
ข.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางด้านบน
ค.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านล่างซ้าย
ง.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางซอง

11. เลขที่หนังสือออก
12. คำขึ้นต้น ชื่อผู้รับ
13. ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
14. ด่วนมาก

15. การร่างหนังสือคืออะไร
ก.การพิมพ์หรือเขียนอย่างย่อๆ
ข.การกำหนดโครงร่างหนังสืออย่างคร่าวๆ
ค.การเขียนหนังสือด้วยลายมือของตนเอง
ง.การเรียบเรียงชั้นต้นตามเรื่องที่ต้องการติดต่อ

16. เหตุใดจึงต้องให้มีการร่างหนังสือก่อนพิมพ์
ก.ต้องการให้เจ้าของเรื่องได้เห็นต้นร่างก่อน
ข.ต้องการดูว่าใจความจะยาวหรือสั้นเพียงใด
ค.ต้องการให้ผู้ร่างหนังสือมีงานทำและร่างหนังสือด้วยความระมัด ระวัง
ง.ต้องการให้มีการตรวจแก้ให้เหมาะสมตามระเบียบแบบแผนก่อน

17. ในสำเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชื่อบุคคลต่อไปนี้ ยกเว้นผู้ใดที่ไม่จำเป็นต้องมี
ก.ผู้ร่าง ข.ผู้พิมพ์ ค.ผู้สั่งพิมพ์ ง.ผู้ตรวจ-ทาน

18. การประทับตรารับหนังสือควรประทับตามที่ส่วนใดของหนังสือจึงจะถูกต้อง
ก.ที่มุมบนขวา
ข.ที่มุมบนซ้าย
ค.ที่มุมล่างซ้าย
ง.ที่มุมล่างขวา

19. โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุใช้ในกรณีใด
ก.เรื่องเร่งด่วน
ข.เรื่องเกี่ยวกับความลับราชการ
ค.เรื่องเกี่ยวกับการเงิน
ง.เรื่องที่สั่งด้วยหนังสือไม่ทัน**

20. ทำไมจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ
ก.เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีระเบียบเป็นหลักปฏิบัติ
ข.เพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการควบคุมงาน
ค.เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนรู้เรื่องระเบียบงานสารบรรณ
ง.เพื่อให้ข้าราชการร่างและรับส่งหนังสือราชการได้ถูกต้อง
21. อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก.5 ปี ข.10 ปี ค.15 ปี ง.ไม่มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้

22. หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 15 ปี
ข.นำไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ
ค.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสารบรรณโดยเคร่งครัด
ง.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติ
23. คณะกรรมการทำลายหนังสือจะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการระดับใดขึ้นไป
ก.ระดับ 2 ข.ระดับ 3 ค.ระดับ 4 ง.ระดับใดก็ได้
24. ผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลายหนังสือราชการในส่วนภูมิภาคได้แก่ ผู้ใด
ก.ปลัดจังหวัด
ข.อธิบดี
ค.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด

25. ตราครุฑที่ใช้สำหรับเป็นแบบพิมพ์ในระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญ ่มีความสูงเท่าไร
ก. 2.5 ซม. ข. 3.0 ซม. ค. 3.5 ซม. ง. 4.0 ซม.
26. เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้ส่วนราชการจัดทำ
ก. รายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการประจำปี
ข. ข้อมูลการปฏิบัติราชการ
ค. รายงานผลการปฏิบัติงาน
ง. ถูกทุกข้อ

27. เมื่อมีการกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการใดแล้ว
การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กำหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดำเนินการอย่างอื่น
ซึ่งมีผลทำให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายหรือนำไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กำหนดในแผนปฏิบัติราชการ
จะกระทำได้ต่อเมื่อ
ก. ได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการนั้น
ข. ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีต้นสังกัด
ค. ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ง. ได้รับอนุมัติจาก ก.พ.ร.

28. การสั่งราชการโดยปกติให้กระทำเป็น
ก. วาจา
ข. ลายลักษณ์อักษร
ค. ทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก.และ ข้อ ข.

29. ในกรณีมีความจำเป็น ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งราชการโดย
ก. วาจา
ข. ลายลักษณ์อักษร
ค. ทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก.และ ข้อ ข.

30. ในกรณีที่ส่วนราชการใดดำเนินการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
รวมทั้งเป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี
ก. ให้ขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ
ข. ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
ค. จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ
ง. ถูกทุกข้อ

31. นอกจากส่วนราชการต้องจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้แล้ว
กฎหมายยังกำหนดให้หน่วยใดจัดทำหลักเกณฑ์อีก
ก. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. องค์การมหาชน
ค. รัฐวิสาหกิจ
ง. ถูกทุกข้อ
32. ส่วนราชการจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภท
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก. ก.พ.ร. กำหนด
ข. สำนักงบประมาณกำหนด
ค. ส.ตง.กำหนด
ง. กรมบัญชีกลางกำหนด
33. ส่วนราชการคำนวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะ
ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการนั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด
และรายงานให้
ก. ก.พ.ร.
ข. สำนักงบประมาณ
ค. กรมบัญชีกลาง
ง. ถูกทุกข้อ

34. ในกระทรวงมหาดไทย ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบจัดตั้งศูนย์บริการร่วม
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใด
ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต
หรือขออนุมัติในเรื่องใด ๆ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ
ก. เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. อธิบดีกรมการปกครอง
ค. สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. ปลัดประทรวงมหาดไทย

35. การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมในระดับจังหวัด เป็นหน้าที่ของผู้ใด
ก. อักษรเลขจังหวัด
ข. ปลัดจังหวัด
ค. สำนักงานจังหวัด
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด

-- ขอเฉลย เมลมาที่ Jomjai_ninephoom@hotmail.co.th
*

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ *
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
*http://www.oopps.bloggang.com*
*
* ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์
http://thaiphysics.blogspot.com


* บทเรียนบทรัก ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก
กลอนรัก เพลงรักhttp://love8love9.blogspot.com


* ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก
เพลงรักhttp://kongkoymusic.blogspot.com

ข้อสอบตำรวจที่ออกบ่อย รวมชุดที่ 1 (ธุรการ) ข้อสอบวิชาหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ข้อสอบตำรวจที่ออกบ่อย รวมชุดที่ 1 (ธุรการ)
1. การออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นอำนาจของ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ง. คณะรัฐมนตรี

2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่ส่วน
ก. 2 ส่วน ข. 3 ส่วน ค. 4 ส่วน ง. 5 ส่วน

3. "ก.ต.ช." เป็นคำย่อของ
ก. คณะกรรมการเชิงนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ค. คณะกรรมการนโยบายและแผนตำรวจแห่งชาติ
ง. คณะกรรมการนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

4. ข้อใด เป็นอำนาจของ ก.ต.ช.
ก. คัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. คัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป
ค. คัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจขึ้นไป
ง. คัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บังคับการตำรวจขึ้นไป

5. ยศตำรวจมีกี่ยศ
ก. 12 ยศ ข. 13 ยศ ค. 14 ยศ ง. 15 ยศ

6. การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวน เป็นอำนาจของผู้ใด
ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการขึ้นไปซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค. ผู้บังคับการขึ้นไป เฉพาะในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

7. ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แบ่งออกกี่ประเภท มีจำนวนเท่าใด
ก. 2 ประเภท คือ ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
ในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับการ หรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวนห้าคน และ
ผู้ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวนหกคน
ข. 2 ประเภท คือ ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
ในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการ หรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวนห้าคน และ
ผู้ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวนหกคน
ค. 2 ประเภท คือ ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
ในตำแหน่งตั้งแต่ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
หรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวนห้าคน และ
ผู้ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวนหกคน
ง. 2 ประเภท คือ ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
ในตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
หรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวนห้าคน และ
ผู้ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวนหกคน

8. ข้อใด ไม่ใช่ อำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. ในการออกกฎ ก.ตร.
ก. กำกับดูแล ตรวจสอบ และแนะนำ
เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
ข. รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง
เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ
หรือประโยชน์เกื้อเราลอื่นสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม
ค. กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสำหรับวุฒิปริญญาหรือประกาศนียบัตรต่างๆ
ง. ไม่มีข้อใดถูก

9. ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้ ผู้ใดเป็นผู้วินิจฉัย
ก. ก.ตร. ข. ก.ต.ช. ค. นายกรัฐมนตรี ง. ถูกทุกข้อ

10. เมื่อได้รายชื่อผู้สมัครตามข้อ 57 แล้ว
ให้จัดส่งบัญชีรายชื่อบุคคลดังกล่าวโดยเรียงลำดับตามตัวอักษรไปยังผู้มีสิทธิเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา
๓๕ (๑) ก่อนวันเลือกเป็นระยะเวลา
ก. ไม่น้อยกว่าสิบวัน
ข. ไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน
ค. ไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน
ง. ไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่วัน

11. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ คำว่า "งานสารบรรณ"
ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
ก.งานรับ-ส่งและเก็บรักษาหนังสือ
ข.งานร่าง-เขียนและพิมพ์หนังสือ
ค.งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร
ง.งานที่เกี่ยวกับงานทะเบียนเอกสาร

12. ลักษณะในข้อใดที่เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานสารบรรณ
ก.มีความรู้ภาษาไทย
ข.มีความสุขุม ละเอียด รอบคอบ
ค.ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. ประกอบกัน

13. หนังสือทีใช้ประทับตราใช้ในกรณีใดบ้าง
ก.ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม
ข.การเตือนเรื่องที่ค้าง
ค.ส่งสิ่งของ เอกสาร สำเนา
ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.

จงพิจารณาตัวเลือกต่อไป แล้วใช้ตอบคำถามตั้งแต่ ข้อ 14 ถึง 17
ก.แถลงการณ์ ข.ข้อบังคับ ค.คำสั่ง ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และ ค.
14. บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมาย ข
15. บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจในกิจการของทางราชการ
หรือเหตุการณ์ หรือกรณีใดๆ ให้ทราบชัดเจน ก
16. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย ค
17. บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบทั่วกัน ง

18. หนังสือต่อไปนี้ มีหนังสือประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป
ก.หนังสือที่เกี่ยวกับความลับ
ข.หนังสือที่มีหลักฐานการโต้ตอบ
ค.หนังสือที่เกี่ยวกับสถิติหลักฐาน
ง.หนังสือสำนวนการสอบสวน

19. การเก็บหนังสือราชการปกติจะต้องเก็บรักษาไว้กี่ปี
ก.5 ปี ข.10 ปี ค.15 ปี ง.20 ปี

20. ข้อใดอาจช่วยให้หนังสือราชการมีใจความแจ่มชัด
ก.การใช้ภาษาที่ง่าย สั้น แต่ได้ใจความดี
ข.การแยกแยะใจความออกเป็นข้อๆ หรือตอนๆ
ค.การท้าวความถึงเรื่องที่เคยติดต่อกันมา
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.

21. การเสนอหนังสือที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ต้องเสนอเรื่องที่ไม่มีปัญหาก่อนเสมอ
ข.ต้องเสนอเรื่องสำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ
ค.ต้องแยกเรื่องเสนอเป็นประเภทๆ ไป
ง.ต้องเรียงลำดับเรื่องเสนอก่อน-หลัง ตามวัน เดือน ปี ที่ได้รับ
22. การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น 3 อย่าง ข้อใดไม่ใช่วิธีการเก็บหนังสือ 1
ใน 3 อย่างดังกล่าว
ก.การเก็บก่อนปฏิบัติ
ข.การเก็บระหว่างปฏิบัติ
ค.การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
ง.การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ

23. ข้อใดเรียงลำดับส่วนราชการจากใหญ่ไปหาเล็ก ได้ถูกต้อง
ก.กอง แผนก กรม กระทรวง
ข.แผนก กรม กอง กระทรวง
ค.กระทรวง กอง กรม แผนก
ง.กระทรวง กรม กอง แผนก

24. ตราที่ใช้ประทับในหนังสือประทับตราตามระเบียบงานสารบรรณกำหนดให้ใช้หมึกสีอะไร
ก.แดง ข.ดำ ค.น้ำเงิน ง.เขียว

25. ถ้าอธิบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ผู้ทำงานแทนเมื่อลงนามในหนังสือจะต้องใช้คำว่าอย่างไร
ก.ใช้ตำแหน่งของผู้ทำงานแทน
ข.ทำงานแทน
ค.รักษาราชการแทน
ง.ปฏิบัติราชการแทน

26. ผู้นำ คือ
ก. ผู้ที่ไม่ได้รับมอบอำนาจทางสายงาน แต่มีอำนาจโดยวิธีอื่น
ข. ผู้ที่มีตำแหน่งที่กำหนดขึ้นในองค์การ มีอำนาจโดยตำแหน่ง
ค. ผู้ที่มียศ และตำแหน่งที่ชัดเจน
ง. ถูกทุกข้อ

27. ภาวะผู้นำในปี ค.ศ. 1930- 1940 มาจากแนวคิดทฤษฎีใด
ก. ทฤษฎีการนำของเทพ (God Theory of Lleadership)
ข. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories)
ค. ทฤษฎีมหาบุรุษ (Greatman Theory of Lleadership)
ง. ทฤษฎีอัตถนิยม (Autocratic Theories Leaders)

28. แนวคิดหลักของทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นอย่างไร
ก. ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติ
ข. ชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน
ค. ผู้นำต้องมีตำแหน่งและอำนาจ
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.
29. การบังคับบัญชาแบบขู่เข็ญมากกว่าการชมเชย เป็นลักษณะของผู้นำประเภทใด
ก. แบบใช้อำนาจ (Explortive - Authoritative)
ข. แบบใช้อำนาจเชิงเมตตา (Benevolent - Authoritative)
ค. แบบปรึกษาหารือ (Consultative - Democratic)
ง. แบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Participative - Democratic)

30. ความแตกต่างระหว่างผู้นำ กับ ผู้บริหาร คือ
ก. ตำแหน่ง
ข. ที่มาของอำนาจหน้าที่
ค.บทบาท
ง. ถูกทุกข้อ

31. ทฤษฎีมหาบุรุษ (Greatman Theory of Lleadership) เป็นของประเทศใด
ก. กรีก ข. โรมันโบราณ ค. อียิปต์ ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

32. ผู้นำในยุคของทฤษฎีมหาบุรุษ (Greatman Theory of Lleadership) ได้แก่
ก. พระเจ้านโปเลียน ฮิตเลอร์
ข. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ค. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช
ง. ถูกทุกข้อ

33. Likert's Michigan Studies แบ่งลักษณะผู้นำเป็นกี่แบบ
ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ

34. การบริหารแบบไหน ที่ Likert พบว่า
จะทำให้ผู้นำประสบผลสำเร็จและเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
และยังพบว่าผลผลิตสูงขึ้นด้วย
ซึ่งความสำเร็จขึ้นกับการมีส่วนร่วมมากน้อยของผู้ใต้บังคับบัญชา
ก. แบบใช้อำนาจ (Explortive - Authoritative)
ข. แบบใช้อำนาจเชิงเมตตา (Benevolent - Authoritative)
ค. แบบปรึกษาหารือ (Consultative - Democratic)
ง. แบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Participative - Democratic)

35. Blake and Mouton's managerial Grid
กำหนดปัจจัยการมีภาวะผู้นำที่ดีมีกี่ปัจจัย อะไรบ้าง
ก. 2 ปัจจัย คือ คน (People) และเงิน (Anoey)
ข. 2 ปัจจัย คือ คน (People) และผลผลิต (Product)
ค. 2 ปัจจัย คือ เงิน (Anoey) และผลผลิต (Product)
ง. 2 ปัจจัย คือ คน (People) และกระบวนการ (Process)

36. ตามข้อ 33 มีอะไรบ้าง
ก. แบบใช้อำนาจ (Explortive - Authoritative) และ แบบใช้อำนาจเชิงเมตตา
(Benevolent - Authoritative)
ข. แบบปรึกษาหารือ (Consultative - Democratic) และ
แบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Participative - Democratic)
ค. แบบใช้อำนาจ (Explortive - Authoritative) , แบบใช้อำนาจเชิงเมตตา
(Benevolent - Authoritative) และ แบบปรึกษาหารือ (Consultative -
Democratic)
ง. แบบใช้อำนาจ (Explortive - Authoritative) ,แบบใช้อำนาจเชิงเมตตา
(Benevolent - Authoritative) แบบปรึกษาหารือ (Consultative -
Democratic) และ แบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Participative - Democratic)

37. Leadership หมายถึง ผู้ใด
ก. ผู้บริหาร ข. ผู้นำ ค. ผู้นำมาบริหาร ง. ถูกทุกข้อ

38. ทฤษฎีมหาบุรุษ (Greatman Theory of Lleadership) มีความเชื่อว่า
ก. ภาวะผู้นำเกิดขึ้นโดยการยกย่องของประชาชน
ข. ภาวะผู้นำเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือโดยกำเนิด (Born leader)
ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
แต่สามารถพัฒนาขึ้นได้
ค. ภาวะผู้นำเกิดขึ้นตามคำสั่งของเทพเจ้า (God leader) ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ง. ภาวะผู้นำเกิดขึ้นตามสถานการณ์ ( Case leader) และสามารถเปลี่ยนแปลงได้

39. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เกิดขึ้นในปีใด
ก. ค.ศ.1940 - 1960
ข. ค.ศ.1960 - 1980
ค. ค.ศ.1980 - 1990
ง. ค.ศ.2000 - 2005

40. ลักษณะผู้นำที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงตามทฤษฎีมหาบุรุษ (Greatman
Theory of Lleadership)จะประกอบด้วย
ก. ความเฉลียวฉลาด
ข. บุคลิกภาพซึ่งแสดงถึงการเป็นผู้นำ
ค. ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถด้วย
ง. ถูกทุกข้อ

41. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตราเป็น
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกำหนด
ค. พระราชกฤษฎีกา
ง. กฎกระทรวง

42. ข้อใดถือว่าเป็นเป้าหมายของการบริหารราชการตามกฎหมายนี้
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ง. ถูกทุกข้อ

43. การเสนอมาตรการกำกับการปฏิบัติราชการ ต่อคณะรับฒนตรี ต้องทำเป็น
ก. ลายลักษณ์อักษร
ข. วาจา
ค. โดยวิธีอื่นใด
ง. ถูกทุกข้อ

44. แผนการบริหารตามส่วนราชการ เป็นแผน
ก. 2 ปี
ข. 4 ปี
ค. 8 ปี
ง. แล้วแต่นโยบายที่ส่วนราชการกำหนด

45. เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง
หัวหน้าส่วนราชการมีหน้าที่สรุปผลการปฏิบัติราชการและให้ข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ตามที่
ก. นายกรัฐมนตรีคนใหม่สั่งการ
ข. ตามที่ เลขาธิการ ก.พ.ร.แจ้งมา
ค. ตามที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งมา
ง. สรุปทันที โดยไม่รอสั่งการ

46. เพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งงบประมาณของส่วนราชการในปีต่อไป
ให้หน่วยงานใดจัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดำเนินการอยู่
เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรีสำหรับเป็นแนวทางในการพิจารณาว่าภารกิจใดสมควรจะได้ดำเนินการต่อไปหรือยุบเลิก
ก. สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข. สำนักงบประมาณ
ค. กรมบัญชีกลาง
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

47. ความคุ้มค่าตามข้อที่แล้ว หมายถึง
ก. ประโยชน์หรือผลเสียทางสังคม
ข. ประโยชน์หรือผลเสียอื่นๆ
ค. ประโยชน์หรือผลเสียซึ่งไม่อาจคำนวณเป็นตัวเงินได้
ง. ถูกทุกข้อ

48. เพื่อประโยชน์ในการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
หน่วยงานใดที่สามารถเสนอหลักเกณฑ์
และวิธีการหรือแนวทางในการกระจายอำนาจการตัดสินใจ
ความรับผิดชอบระหว่างผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
และการลดขั้นตอนในการปฏิบัติราชการให้ส่วนราชการถือปฏิบัติก็ได้
ก. ก.พ.ร.
ข. สำนักงบประมาณ
ค. กรมบัญชีกลาง
ง. ถูกทุกข้อ

49. ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะต่อส่วนราชการให้ดำเนินการแก้ไข
ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ
ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการนั้น
แต่ส่วนราชการที่ได้รับการเสนอแนะไม่เห็นชอบด้วย
กับคำเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ให้เสนอเรื่องต่อหน่วยงานเป็นผู้เพื่อพิจารณาวินิจฉัย
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. เลขาธิการ กพ.
ค. เลขาธิการ ก.พ.ร.
ง. ถูกทุกข้อ

50. เมื่อส่วนราชการใดได้ดำเนินงานไปตามเป้าหมาย สามารถเพิ่มผลงาน
และผลสัมฤทธิ์โดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐ
หรือสามารถดำเนินการตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยได้ตามหลักเกณฑ์ที่
ก.พ.ร. กำหนด ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี
ก. ให้ขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ
ข. ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
ค. จัดสรรเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น
ง. ถูกทุกข้อ

อื่นๆมากมาย ขอเฉลย กรุณาบอกชิ้อลิ้งค์มาด้วยครับ

ขอเฉลย เมลมาขอที่ pallnarak@hotmail.com,jomjai_ninephoom@hotmail.co.th
--
*

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ *
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
*http://www.oopps.bloggang.com*
*
* ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์
http://thaiphysics.blogspot.com


* บทเรียนบทรัก ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก
กลอนรัก เพลงรักhttp://love8love9.blogspot.com


* ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก
เพลงรักhttp://kongkoymusic.blogspot.com

แนวข้อสอบ วิชา พรบ.ตำรวจแห่งชาติ 2547

ข้อ 1 พ.ร.บ.นี้เรียกอย่างไรจึงถูกต้อง?
ก.พระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
ข.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547
ค.พระราชบัญญัติสำนนักงานตำรวจแห่งชาติ 2547
ง.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
ตอบ ง.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ( มาตรา 1 )
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า " พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ "

ข้อ 2 ข้อใดถูกต้องที่สุด?
ก.พระราชบัญญัติยศตำรวจยังไม่ถูกยกเลิก
ข.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 18 ฉบับ
ค.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
คือพระราชบัญญัติที่ใช้อยุ่ในปัจจุบันนี้
ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 17 ฉบับ
ตอบ ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 17 ฉบับ (ตาม ม.3)
มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑
(๓) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔
(๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๕) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๖) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๗) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๘) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๙) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๐) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๓
(๑๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๙๗
(๑๓) พระราชบัญญัติยศตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๔) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๕) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔
(๑๖) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
(๑๗) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓
บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
หรือคำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

ข้อ. 3 พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้เมื่อใด?
ก. ประกาศใช้ 13 มกราคม พ.ศ. 2547
ข.ประกาศใช้ 12 มกราคม พ.ศ. 2547
ค. ประกาศใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ง.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ตอบ ง.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
( มาตรา.2 )
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 4 ข้อใดถูก สำหรับพระราชบัญญัตินี้
ก.เป็นปีที่ 60 ในรัชกาลปัจจุบัน
ข.โดยคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี
ค.โดยประกาศถัดจากวันพระราชกฤษฏีกาแล้ว
ง.ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2538
ตอบ ง.ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2538
(ม.3 ข้อ 5 ดูคำเฉลย ข้อ 2)
ก.เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน / ข.โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา /
ค.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป(
ม.2)

ข้อ. 5 บรรดากฏหมาย กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ
คำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
ก.ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
ข.ให้นายกรัฐมนตรีวินิจนัย
ค.ให้นายกรัฐมนตรี ออกกฏกระทรวง
ง.ให้ยกเลิกแล้วให้ ผบ.ตร.ตัดสิน
ตอบ ก.ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน( ม.3 วรรค 2)

ข้อ 6 ข้อใดหมายถึง"ข้าราชการตำรวจ"?
ก. ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ข. บุคคลที่มียศและไม่มียศ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้
โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย
ง. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ตอบ ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ(
มาตรา. 4 )
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"ข้าราชการตำรวจ" หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้
โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย
"ประธานกรรมการ" หมายความว่า ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
"กองทุน" หมายความว่า กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
"กองบัญชาการ" หมายความรวมถึง
ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบัญชาการด้วย
"กองบังคับการ" หมายความรวมถึง
ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย

ข้อ 7 ผู้รักษาการตาม พรบ.นี้ คือใคร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รองนายกรัฐมนตรี
ง. ผบ.ตร.
ตอบ นายกรัฐมนตรี (มาตรา. 5 )
(มาตรา. 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ )

ข้อ 8 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
ตราขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของบุคคลหรือหน่วยงานใด
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ประธานรัฐสภา
ค. วุฒิสภา
ง.รัฐสภา
ตอบ รัฐสภา
( ก่อน ม.1 ระบุว่า
......จึงทรง......ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา)

ข้อ 9 คำว่า " กองทุน " ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หมายความว่าอะไร?
ก. กองทุนสำหรับครอบครัวข้าราชการตำรวจ
ข. กองทุนช่วยเหลืองานสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ง. กองทุนเพื่อการสอบสวนและวิธีพิจารณาความอาญา
ตอบ ก.กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ( ม.4 )

ข้อ 10 ให้..............
รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอำนาจออก...........เพื่อนปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ก.นายกรัฐมนตรี / พระกิจจานุเบกษา
ข.นายกรัฐมนตรี / กฏกระทรวง
ค. นายกรัฐมนตรี / พระราชกฤษฏีกา
ง.นายกรัฐมนตรี / ระเบียบ
ตอบ ข.นายกรัฐมนตรี / กฏกระทรวง (มาตรา. 5 )
( มาตรา. 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ )
ข้อ 11. panda ต้องการทราบว่า ข้อใดถูก
ก.ข้าราชการตำรวจต้องรับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนเท่านั้น
ข.กองบัญชาการ หมายความว่าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ
ค.กรรมการหมายความว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ง.กองบังคับการหมายความว่าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ
ตอบ ข.กองบัญชาการ
หมายความว่าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ(
มาตรา. 4)
ตามมาตรา. 4 " ข้าราชตำรวจ"หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้ง
หรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ส่วนตัวเลือกอื่น
ค.กรรมการหมายความว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ(ไม่มีคำว่าคณะครับ)
ง.กองบังคับการหมายความว่าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ(ต้องตอบว่ากองบังคับการหมายความว่า
ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย ครับ )

ข้อ12. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีทั้งหมดกี่ลักษณะ
ก. 6 ลักษณะ ข.7 ลักษณะ
ค. 8 ลักษณะ ง.9ลักษณะ
ตอบ ข. 7 ลักษณะ (ข้อนี้ไม่ต้องไปเปิดครับ ดุสารบัญก็พอครับ)

ข้อ 13 ประธานกรรมการ หมายถึงบุคคลใด ?
ก. ผบ.ตร. ข.นายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. รอง ผบ.ตร.
ตอบ ข้อนี้หลอกครับ อ้าวววว หากท่านเข้าใจจะทราบว่า ไม่มีข้อถูก
ตามมาตรา.4 ประธานกรรมการหมายความว่า ประธานนโยบายตำรวจแห่งชาติ
แต่หากต้องตอบตามความจริงนะครับต้องตอบตาม ข้อ ข.นายยกรัฐมนตรี มาตราที่
17 ครับ
มาตรา 17 ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม (๑)
ให้ประธานกรรมการ โดยคำแนะนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการ
ตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต.ช.
และแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ก.ต.ช.
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒)
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ต.ช.
ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 14 อยากทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการได้ตามข้อใด
ก.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ / กองบังคับการ
ข.กองบัญชาการ / กองบังคับการ / กองกำกับการ
ค.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ
ง.กองบัญชาการภาคต่าง ๆ / กองบังคับการ / กองกำกับการ / แผนก/งาน
ตอบ ค.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ (มาตรา. 10)
อ้างจาก มาตรา. 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการดังต่อไปนี้
1 สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2 กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม (1) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดตั้งกองบัญชาการตาม
(2) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกา
และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นให้ออกเป็นกฎกระทรวง
และให้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฏีกาหรือกฏกระทรวงนั้นแล้วแต่กรณี
ข้อนี้อย่าสับสนนะครับ เดี๋ยวจะงง ตัวเลือกบางข้อมีกองบังคับการตามมาด้วย
ตามวรรค สอง จะมีคำว่ากองบังคับการ มาเกี่ยวด้วย
นั่นแยกมาจากกองบัญชาการตามข้อ (2) ครับ ( เช่น ก.สำนั
กงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ / กองบังคับการ
)ตัดออกไปเลยครับอย่าสนใจ

ข้อ15. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ก.ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดตาม ป.อาญา
ข.สืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิดตาม ป.วิอาญา
ค.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
ง. ให้การสนับสนุนกองทัพกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉิน
ตอบ ค.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา (มาตรา. 6 (3))
มาตรา 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี
พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์
และพระราชอาคันตุกะ
(๒) ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(๓) ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
(๔) รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๖) ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(๗) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตาม
(๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดความผิดทางอาญาขึ้นสำหรับการกระทำใดเป็นการเฉพาะ
และตกอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติตาม
(๓) (๔) หรือ (๕) จะตราพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจหน้าที่ตาม (๓) (๔) หรือ (๕)
เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดทางอาญาดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นใดก็ได้
ในกรณีเช่นนั้น ให้ข้าราชการตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติพ้นจากอำนาจหน้าที่ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน
และให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
พนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วแต่กรณี ทั้งนี้
ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

ข้อ16. ให้ สตช.ส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา.......
ฯลฯ.ทั้งนี้การดำเนินการมีส่วนร่วมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่...............ใครกำหนด
?
ก. ก.ต.ช.กำหนด
ข.ก.ต.ร.
ค.คณะรัฐมนตรี
ง.ผบ.ตร.
ตอบ ก. ก.ต.ช.กำหนด (มาตรา.ที่ 7 )
มาตรา. 7 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ
เพื่อป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดทาง อาญา รักษาความสงบเรียบร้อย
และรักษาความปลอดภัยของประชาชนตามความเหมาะสม และความต้องการแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้การดำเนินการมีส่วนร่วมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีที่
ก.ต.ช.กำหนด )
ข้อ17. การแบ่งข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้โดยให้ตราเป็น.......?
ก.พระราชกำหนด
ข.พระราชกฤษฏีกา
ค.พระราชกิจจานุเบกษา
ง.พระราชบัญญัติ
ตอบ ข้อ ข.พระราชกฤษฏีกา (ม.8 )
มาตรา 8 ข้าราชการตำรวจอาจให้แบ่งเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้
โดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้าที่ใด
จะเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง
ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดวิธีการบรรจุ การแต่งตั้ง
การดำเนินการทางวินัย การบังคับบัญชา
การโยกย้ายระหว่างข้าราชการตำรวจประเภทมียศและข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ
รวมตลอดทั้งการปรับยศ
และปรับเงินเดือนเมื่อมีการโยกย้ายดังกล่าวและการอื่นตามที่จำเป็นไว้ด้วย
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง
ไม่มีผลกระทบฐานะของข้าราชการตำรวจที่มียศอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

ข้อ 18. วัน เวลา ทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี
และการลาหยุดราชการ ของข้าราชการตำรวจ?
ก.ก.ต.ร กำหนด
ข.ผบ.ตร.กำหนด
ค.ครม.กำหนด
ง.ประธาน ก.ต.ร.กำหนด
ตอบ ข้อ ค. ครม.กำหนด (ม.9)
( ตาม มาตรา. 9 วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี
วันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการ
ของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก.ต.ช.จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม วัน เวลา
ที่แตกต่างจากที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้ )

ข้อ 19 กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่.......จะกำหนดให้แตกต่างจากข้อ
18.ก็ได้ ?
ก.ก.ต.ร กำหนด
ข.ผบ.ตร.กำหนด
ค.นายกรัฐมนตรี กำหนด
ง. ก.ต.ช.กำหนด
ตอบ ง. ก.ต.ช.กำหนด (ม.9)
(มาตรา. 9 วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี
และการลาหยุดราชการ ของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก.ต.ช.จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม วัน เวลา
ที่แตกต่างจากที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้ )
ข้อ 20. การแบ่งราชการเป็นกองบังคับการให้ออกเป็น......?
ก.พระราชกำหนด
ข.พระราชกฤษฏีกา
ค.พระราชกิจจานุเบกษา
ง.กฏกระทรวง
ตอบ ง.กฏกระทรวง(ม.10)
( มาตรา.มาตรา. 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการดังต่อไปนี้
1 สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2 กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม (1) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดตั้งกองบัญชาการตาม
(2) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกา
และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นให้ออกเป็นกฎกระทรวง
และให้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฏีกาหรือกฎกระทรวงนั้นแล้วแต่กรณี

ข้อ 21 ผู้เป็นหัวหน้าส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือผู้ใด?
ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. จเรตำรวจ
ค. รอง ผบ.ตร.
ง. ทุกข้อถูกหมดหากได้รับมอบหมาย
ตอบ ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ม.11)

มาตรา 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าส่วนราชการ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และลำดับความสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการที่นายกรัฐมนตรี และ ก.ต.ช.
กำหนด รวมทั้งกำกับ เร่งรัด ติดตาม
และประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรองจากนายกรัฐมนตรี
(๓) เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๔) วางระเบียบหรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่องไว้ให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น

ข้อ 22 ใครที่เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ได้รองจาก ผบ.ตร.?
ก.จเรตำรวจ
ข.รอง ผบ.ตร.
ค. ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ง. ทุกข้อ ถูกต้องแล้ว ครับ
ตอบ ง.. ทุกข้อ ถูกต้องแล้ว (ม.12)
(มาตรา. 12 ให้มีจเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ
ผู้ช่วยผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผุ้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ
รองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่ผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดหรือมอบหมาย
)

ข้อ.23 ใครเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจในกองบัญชาการ รองจาก ผู้บัญชาการ?
ก.รอง ผุ้บัญชาการ
ข.ผู้ช่วยผุ้บัญชาการ
ค.ถูกต้องแล้วครับ ทั้ง ก.และ ข.
ง.ไม่มีข้อถูกครับ
ตอบ ก.รอง ผุ้บัญชาการ (ม.13)
( มาตรา. 13 .ในกองบัญชาการหนึ่ง
ให้มีผู้บัญชาการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น
ขึ้นตรงต่อผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
และจะให้มีรองผู้บัญชาการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตามที่ผู้บัญชาการมอบหมายด้วยก็ได้(
ปัจจุบัน ตำแหน่งผุ้ช่วยผุ้บัญชาการไม่มีแล้วครับ)
ความในวรรคหนึ่ง
ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการด้วยโดยอนุโลม
รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บัญชาการด้วย

ข้อ 24. ผุ้บัญชาการต้องรายงายผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหา
และอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุก กี่เดือน
ก. สามเดือน
ข.สี่เดือน
ค. ห้าเดือน
ง.หกเดือน
ตอบ ข.สี่เดือน (มาตรา.l4
มาตรา 14 ผู้บัญชาการมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุม กำกับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในราชการทั่วไปของกองบัญชาการ
(๔) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกสี่เดือน
หรือตามระยะเวลาที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดกำหนดให้การดำเนินการใดเป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ให้ผู้บัญชาการมีอำนาจเช่นว่านั้นในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในกองบัญชาการ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ต.ช. กำหนด

ข้อ 25 ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง มี
ใครเป็นผู้มีอำนาจและทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่น
และปฏิบัติราชการประจำอยุ่ในจังหวัดนั้น
ก.ผู้บัญชาการ
. ข.ผู้บังคับการ
ค.ผู้กำกับการ
ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด
ตอบ ข.ผู้บังคับการ (ม.15 วรรคสุดท้าย )
มาตรา 15 ในกองบังคับการหนึ่ง
ให้มีผู้บังคับการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกองบังคับการนั้น
และจะให้มีรองผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บังคับการตามที่ผู้บังคับการมอบหมายด้วยก็ได้
ความในวรรคหนึ่ง
ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบังคับการด้วยโดยอนุโลม
รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บังคับการด้วย
ผู้บังคับการมีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุม กำกับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่นและปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น
ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ หรือมติของคณะรัฐมนตรี
หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย ในการนี้ ให้มีอำนาจสั่งการใด ๆ
เพื่อให้เกิดการประสานงานและความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่
หรือยับยั้งการกระทำใด ๆ ของข้าราชการตำรวจในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย
ระเบียบ ข้อ-บังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการ
มติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว
แล้วรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ข้อ 26 "ก.ต.ช." ชื่อเต็มว่าอะไร?
ก. กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการนโยบายข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ค.คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง.คณะกรรมาการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ตอบ ค.คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ( ตามหัวข้อลักษณะที่ 3)

อื่นๆมากมาย เมลมาขอที่ pallnarak@hotmail.com,jomjai_ninephoom@hotmail.co.th
--
*

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ *
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
*http://www.oopps.bloggang.com*
*
* ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์
http://thaiphysics.blogspot.com


* บทเรียนบทรัก ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก
กลอนรัก เพลงรักhttp://love8love9.blogspot.com


* ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก
เพลงรักhttp://kongkoymusic.blogspot.com

แนวข้อสอบ วิชา พรบ.ตำรวจแห่งชาติ

แนวข้อสอบ วิชา พรบ.ตำรวจแห่งชาติ 2547
ข้อ 1 พ.ร.บ.นี้เรียกอย่างไรจึงถูกต้อง?
ก.พระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
ข.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547
ค.พระราชบัญญัติสำนนักงานตำรวจแห่งชาติ 2547
ง.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
ตอบ ง.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ( มาตรา 1 )
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า " พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ "

ข้อ 2 ข้อใดถูกต้องที่สุด?
ก.พระราชบัญญัติยศตำรวจยังไม่ถูกยกเลิก
ข.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 18 ฉบับ
ค.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
คือพระราชบัญญัติที่ใช้อยุ่ในปัจจุบันนี้
ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 17 ฉบับ
ตอบ ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 17 ฉบับ (ตาม ม.3)
มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑
(๓) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔
(๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๕) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๖) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๗) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๘) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๙) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๐) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๓
(๑๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๙๗
(๑๓) พระราชบัญญัติยศตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๔) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๕) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔
(๑๖) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
(๑๗) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓
บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
หรือคำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

ข้อ. 3 พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้เมื่อใด?
ก. ประกาศใช้ 13 มกราคม พ.ศ. 2547
ข.ประกาศใช้ 12 มกราคม พ.ศ. 2547
ค. ประกาศใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ง.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ตอบ ง.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
( มาตรา.2 )
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 4 ข้อใดถูก สำหรับพระราชบัญญัตินี้
ก.เป็นปีที่ 60 ในรัชกาลปัจจุบัน
ข.โดยคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี
ค.โดยประกาศถัดจากวันพระราชกฤษฏีกาแล้ว
ง.ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2538
ตอบ ง.ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2538
(ม.3 ข้อ 5 ดูคำเฉลย ข้อ 2)
ก.เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน / ข.โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา /
ค.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป(
ม.2)

ข้อ. 5 บรรดากฏหมาย กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ
คำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
ก.ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
ข.ให้นายกรัฐมนตรีวินิจนัย
ค.ให้นายกรัฐมนตรี ออกกฏกระทรวง
ง.ให้ยกเลิกแล้วให้ ผบ.ตร.ตัดสิน
ตอบ ก.ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน( ม.3 วรรค 2)

ข้อ 6 ข้อใดหมายถึง"ข้าราชการตำรวจ"?
ก. ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ข. บุคคลที่มียศและไม่มียศ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้
โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย
ง. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ตอบ ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ(
มาตรา. 4 )
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"ข้าราชการตำรวจ" หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้
โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย
"ประธานกรรมการ" หมายความว่า ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
"กองทุน" หมายความว่า กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
"กองบัญชาการ" หมายความรวมถึง
ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบัญชาการด้วย
"กองบังคับการ" หมายความรวมถึง
ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย

ข้อ 7 ผู้รักษาการตาม พรบ.นี้ คือใคร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รองนายกรัฐมนตรี
ง. ผบ.ตร.
ตอบ นายกรัฐมนตรี (มาตรา. 5 )
(มาตรา. 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ )

ข้อ 8 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
ตราขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของบุคคลหรือหน่วยงานใด
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ประธานรัฐสภา
ค. วุฒิสภา
ง.รัฐสภา
ตอบ รัฐสภา
( ก่อน ม.1 ระบุว่า
......จึงทรง......ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา)

ข้อ 9 คำว่า " กองทุน " ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หมายความว่าอะไร?
ก. กองทุนสำหรับครอบครัวข้าราชการตำรวจ
ข. กองทุนช่วยเหลืองานสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ง. กองทุนเพื่อการสอบสวนและวิธีพิจารณาความอาญา
ตอบ ก.กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ( ม.4 )

ข้อ 10 ให้..............
รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอำนาจออก...........เพื่อนปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ก.นายกรัฐมนตรี / พระกิจจานุเบกษา
ข.นายกรัฐมนตรี / กฏกระทรวง
ค. นายกรัฐมนตรี / พระราชกฤษฏีกา
ง.นายกรัฐมนตรี / ระเบียบ
ตอบ ข.นายกรัฐมนตรี / กฏกระทรวง (มาตรา. 5 )
( มาตรา. 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ )

ข้อ 11. panda ต้องการทราบว่า ข้อใดถูก
ก.ข้าราชการตำรวจต้องรับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนเท่านั้น
ข.กองบัญชาการ หมายความว่าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ
ค.กรรมการหมายความว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ง.กองบังคับการหมายความว่าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ
ตอบ ข.กองบัญชาการ
หมายความว่าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ(
มาตรา. 4)
ตามมาตรา. 4 " ข้าราชตำรวจ"หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้ง
หรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ส่วนตัวเลือกอื่น
ค.กรรมการหมายความว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ(ไม่มีคำว่าคณะครับ)
ง.กองบังคับการหมายความว่าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ(ต้องตอบว่ากองบังคับการหมายความว่า
ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย ครับ )

ข้อ12. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีทั้งหมดกี่ลักษณะ
ก. 6 ลักษณะ ข.7 ลักษณะ
ค. 8 ลักษณะ ง.9ลักษณะ
ตอบ ข. 7 ลักษณะ (ข้อนี้ไม่ต้องไปเปิดครับ ดุสารบัญก็พอครับ)

ข้อ 13 ประธานกรรมการ หมายถึงบุคคลใด ?
ก. ผบ.ตร. ข.นายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. รอง ผบ.ตร.
ตอบ ข้อนี้หลอกครับ อ้าวววว หากท่านเข้าใจจะทราบว่า ไม่มีข้อถูก
ตามมาตรา.4 ประธานกรรมการหมายความว่า ประธานนโยบายตำรวจแห่งชาติ
แต่หากต้องตอบตามความจริงนะครับต้องตอบตาม ข้อ ข.นายยกรัฐมนตรี มาตราที่
17 ครับ
มาตรา 17 ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม (๑)
ให้ประธานกรรมการ โดยคำแนะนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการ
ตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต.ช.
และแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ก.ต.ช.
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒)
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ต.ช.
ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 14 อยากทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการได้ตามข้อใด
ก.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ / กองบังคับการ
ข.กองบัญชาการ / กองบังคับการ / กองกำกับการ
ค.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ
ง.กองบัญชาการภาคต่าง ๆ / กองบังคับการ / กองกำกับการ / แผนก/งาน
ตอบ ค.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ (มาตรา. 10)
อ้างจาก มาตรา. 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการดังต่อไปนี้
1 สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2 กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม (1) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดตั้งกองบัญชาการตาม
(2) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกา
และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นให้ออกเป็นกฎกระทรวง
และให้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฏีกาหรือกฏกระทรวงนั้นแล้วแต่กรณี
ข้อนี้อย่าสับสนนะครับ เดี๋ยวจะงง ตัวเลือกบางข้อมีกองบังคับการตามมาด้วย
ตามวรรค สอง จะมีคำว่ากองบังคับการ มาเกี่ยวด้วย
นั่นแยกมาจากกองบัญชาการตามข้อ (2) ครับ ( เช่น ก.สำนั
กงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ / กองบังคับการ
)ตัดออกไปเลยครับอย่าสนใจ

ข้อ15. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ก.ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดตาม ป.อาญา
ข.สืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิดตาม ป.วิอาญา
ค.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
ง. ให้การสนับสนุนกองทัพกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉิน
ตอบ ค.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา (มาตรา. 6 (3))
มาตรา 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี
พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์
และพระราชอาคันตุกะ
(๒) ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(๓) ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
(๔) รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๖) ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(๗) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตาม
(๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดความผิดทางอาญาขึ้นสำหรับการกระทำใดเป็นการเฉพาะ
และตกอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติตาม
(๓) (๔) หรือ (๕) จะตราพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจหน้าที่ตาม (๓) (๔) หรือ (๕)
เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดทางอาญาดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นใดก็ได้
ในกรณีเช่นนั้น ให้ข้าราชการตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติพ้นจากอำนาจหน้าที่ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน
และให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
พนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วแต่กรณี ทั้งนี้
ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

ข้อ16. ให้ สตช.ส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา.......
ฯลฯ.ทั้งนี้การดำเนินการมีส่วนร่วมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่...............ใครกำหนด
?
ก. ก.ต.ช.กำหนด
ข.ก.ต.ร.
ค.คณะรัฐมนตรี
ง.ผบ.ตร.
ตอบ ก. ก.ต.ช.กำหนด (มาตรา.ที่ 7 )
มาตรา. 7 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ
เพื่อป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดทาง อาญา รักษาความสงบเรียบร้อย
และรักษาความปลอดภัยของประชาชนตามความเหมาะสม และความต้องการแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้การดำเนินการมีส่วนร่วมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีที่
ก.ต.ช.กำหนด )
ข้อ17. การแบ่งข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้โดยให้ตราเป็น.......?
ก.พระราชกำหนด
ข.พระราชกฤษฏีกา
ค.พระราชกิจจานุเบกษา
ง.พระราชบัญญัติ
ตอบ ข้อ ข.พระราชกฤษฏีกา (ม.8 )
มาตรา 8 ข้าราชการตำรวจอาจให้แบ่งเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้
โดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้าที่ใด
จะเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง
ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดวิธีการบรรจุ การแต่งตั้ง
การดำเนินการทางวินัย การบังคับบัญชา
การโยกย้ายระหว่างข้าราชการตำรวจประเภทมียศและข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ
รวมตลอดทั้งการปรับยศ
และปรับเงินเดือนเมื่อมีการโยกย้ายดังกล่าวและการอื่นตามที่จำเป็นไว้ด้วย
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง
ไม่มีผลกระทบฐานะของข้าราชการตำรวจที่มียศอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

ข้อ 18. วัน เวลา ทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี
และการลาหยุดราชการ ของข้าราชการตำรวจ?
ก.ก.ต.ร กำหนด
ข.ผบ.ตร.กำหนด
ค.ครม.กำหนด
ง.ประธาน ก.ต.ร.กำหนด
ตอบ ข้อ ค. ครม.กำหนด (ม.9)
( ตาม มาตรา. 9 วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี
วันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการ
ของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก.ต.ช.จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม วัน เวลา
ที่แตกต่างจากที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้ )

ข้อ 19 กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่.......จะกำหนดให้แตกต่างจากข้อ
18.ก็ได้ ?
ก.ก.ต.ร กำหนด
ข.ผบ.ตร.กำหนด
ค.นายกรัฐมนตรี กำหนด
ง. ก.ต.ช.กำหนด
ตอบ ง. ก.ต.ช.กำหนด (ม.9)
(มาตรา. 9 วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี
และการลาหยุดราชการ ของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก.ต.ช.จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม วัน เวลา
ที่แตกต่างจากที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้ )

ข้อ 20. การแบ่งราชการเป็นกองบังคับการให้ออกเป็น......?
ก.พระราชกำหนด
ข.พระราชกฤษฏีกา
ค.พระราชกิจจานุเบกษา
ง.กฏกระทรวง
ตอบ ง.กฏกระทรวง(ม.10)
( มาตรา.มาตรา. 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการดังต่อไปนี้
1 สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2 กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม (1) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดตั้งกองบัญชาการตาม
(2) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกา
และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นให้ออกเป็นกฎกระทรวง
และให้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฏีกาหรือกฎกระทรวงนั้นแล้วแต่กรณี

ข้อ 21 ผู้เป็นหัวหน้าส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือผู้ใด?
ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. จเรตำรวจ
ค. รอง ผบ.ตร.
ง. ทุกข้อถูกหมดหากได้รับมอบหมาย
ตอบ ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ม.11)

มาตรา 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าส่วนราชการ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และลำดับความสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการที่นายกรัฐมนตรี และ ก.ต.ช.
กำหนด รวมทั้งกำกับ เร่งรัด ติดตาม
และประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรองจากนายกรัฐมนตรี
(๓) เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๔) วางระเบียบหรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่องไว้ให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น

ข้อ 22 ใครที่เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ได้รองจาก ผบ.ตร.?
ก.จเรตำรวจ
ข.รอง ผบ.ตร.
ค. ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ง. ทุกข้อ ถูกต้องแล้ว ครับ
ตอบ ง.. ทุกข้อ ถูกต้องแล้ว (ม.12)
(มาตรา. 12 ให้มีจเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ
ผู้ช่วยผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผุ้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ
รองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่ผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดหรือมอบหมาย
)

ข้อ.23 ใครเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจในกองบัญชาการ รองจาก ผู้บัญชาการ?
ก.รอง ผุ้บัญชาการ
ข.ผู้ช่วยผุ้บัญชาการ
ค.ถูกต้องแล้วครับ ทั้ง ก.และ ข.
ง.ไม่มีข้อถูกครับ
ตอบ ก.รอง ผุ้บัญชาการ (ม.13)
( มาตรา. 13 .ในกองบัญชาการหนึ่ง
ให้มีผู้บัญชาการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น
ขึ้นตรงต่อผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
และจะให้มีรองผู้บัญชาการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตามที่ผู้บัญชาการมอบหมายด้วยก็ได้(
ปัจจุบัน ตำแหน่งผุ้ช่วยผุ้บัญชาการไม่มีแล้วครับ)
ความในวรรคหนึ่ง
ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการด้วยโดยอนุโลม
รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บัญชาการด้วย

ข้อ 24. ผุ้บัญชาการต้องรายงายผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหา
และอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุก กี่เดือน
ก. สามเดือน
ข.สี่เดือน
ค. ห้าเดือน
ง.หกเดือน
ตอบ ข.สี่เดือน (มาตรา.l4
มาตรา 14 ผู้บัญชาการมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุม กำกับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในราชการทั่วไปของกองบัญชาการ
(๔) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกสี่เดือน
หรือตามระยะเวลาที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดกำหนดให้การดำเนินการใดเป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ให้ผู้บัญชาการมีอำนาจเช่นว่านั้นในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในกองบัญชาการ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ต.ช. กำหนด

ข้อ 25 ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง มี
ใครเป็นผู้มีอำนาจและทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่น
และปฏิบัติราชการประจำอยุ่ในจังหวัดนั้น
ก.ผู้บัญชาการ
. ข.ผู้บังคับการ
ค.ผู้กำกับการ
ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด
ตอบ ข.ผู้บังคับการ (ม.15 วรรคสุดท้าย )
มาตรา 15 ในกองบังคับการหนึ่ง
ให้มีผู้บังคับการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกองบังคับการนั้น
และจะให้มีรองผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บังคับการตามที่ผู้บังคับการมอบหมายด้วยก็ได้
ความในวรรคหนึ่ง
ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบังคับการด้วยโดยอนุโลม
รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บังคับการด้วย
ผู้บังคับการมีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุม กำกับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่นและปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น
ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ หรือมติของคณะรัฐมนตรี
หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย ในการนี้ ให้มีอำนาจสั่งการใด ๆ
เพื่อให้เกิดการประสานงานและความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่
หรือยับยั้งการกระทำใด ๆ ของข้าราชการตำรวจในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย
ระเบียบ ข้อ-บังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการ
มติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว
แล้วรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ข้อ 26 "ก.ต.ช." ชื่อเต็มว่าอะไร?
ก. กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการนโยบายข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ค.คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง.คณะกรรมาการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ตอบ ค.คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ( ตามหัวข้อลักษณะที่ 3)

ข้อ 27 จากข้อ 26 มีอำนาจหน้าที่ทำอะไรกันบ้าง?
ก.กำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ
ข.กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค.ให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมาย
ง.ทุกข้อที่กล่าวมานั้นละ จำได้นะ
ตอบ ง.ทุกข้อที่กล่าวมานั้นละ จำได้นะ (มาตรา. 16 )
( ม.16 ให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติคณะหนึ่งเรียกว่า " ก.ต.ช.")
มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ
และกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน
มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมาย)

ข้อ 28 จากข้อ 26 ใครเป็นประธานกรรมการ
ก.ผบ.ตร.
ข.นายกรัฐมนตรี
ค.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ตอบ ข.นายกรัฐมนตรี (ม.17 )
มาตรา 17 ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม (๑)
ให้ประธานกรรมการ โดยคำแนะนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการ
ตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต.ช.
และแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ก.ต.ช.
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒)
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ต.ช.
ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 29 กรรมการโดยตำแหน่ง ของ ก.ต.ช.มีใครกันบ้าง (ปาริชาติตอบหน่อย ดัง ๆ)
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม /
ปลัดกระทรวงมหาดไทย / ปลัดกระทรวงยุติธรรม /
และเลขาธิการสภาความมั่งคงแห่งชาติ / ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม /
ปลัดกระทรวงมหาดไทย / ปลัดกระทรวงยุติธรรม / และเลขาธิการสหประชาติ /
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม /
ปลัดกระทรวงมหาไทย / ปลัดกระทรวงยุติธรรม /
และเลขาธิการสภาความมั่งคงแห่งชาติ / ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย / รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม /
ปลัดกระทรวงมหาไทย / ปลัดกระทรวงยุติธรรม / และเลขาธิการสหประชาชาติ /
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ตอบ ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม /
ปลัดกระทรวงมหาดไทย / ปลัดกระทรวงยุติธรรม /
และเลขาธิการสภาความมั่งคงแห่งชาติ / ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(มาตรา.
17)
( มาตรา. 17 ดูคำเฉลย ข้อ 28)
ข้อ 30 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนกี่คนครับ พี่น้อง?
ก. 9 คน ข.8 คน ค. 6 คน ง. 4 คน
ตอบ ง. 4 คน (ม.17)
( ม.17 วรรคสอง (2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน สี่คน
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม
(1 ) ดูคำเฉลย ข้อ 28

ข้อ 31 หลักเกรณ์ และวิธีการสรรหากรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่...........
ก.ระเบียบ ก.ต.ช.
ข.ระเบียบ ก .ตร.
ค.ระเบียบ ครม.
ง.ระเบียบ ข.ต.อ.
ตอบ ก.ระเบียบ ก.ต.ช.( ม.17 )
( ม.17 ) ใ ห้ ก.ต.ช.ประกอบด้วย
( 1 ) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม
และเลขาธิการสภาความมั่งคงแห่งชาติ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน สี่คน
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม
(1 )
ให้ประธานกรรมการโดยโดยคำแนะนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
ยศ พล.ต.ท.ขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต.ช. และแต่งตั้งข้าราชการยศ
พล.ต.ต.ขึ้นไป จำนวนไม่เกิน สองคนเป็นผู้ช่วย เลขานุการ ก.ต.ช.
หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม (2 )
ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน ระเบียบ ก.ต.ช. . ให้
นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา)

ข้อ.32 ข้อใดถูกต้อง ครับบบบ
ก. ผบ.ตร.เป็นประธาน ก.ต.ช.
ข. ประธานสามารถเลือกเลขานุการ (ก.ต.ช.)มาทำหน้าที่ตามคำแนะนำของ ผุ้ทรงคุณวุฒิ
ค. ให้นายกรัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา
ง. กรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิทั้ง หกคน
ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการโดยตำแหน่ง
ตอบ . ค ให้นายกรัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา(ม.17
)
( มาตรา. 17 วรรคสุดท้าย ดูคำอธิบาย ข้อ 31 )

ข้อ 33 การแต่งตั้งเลขานุการ ก.ต.ช. ข้อใดผิด?
ก.ให้ประธานแต่งตั้ง
ข.ผบ.ตร.แนะนำ
ค.ยศ พล.ต.ท.ขึ้นไป จำนวน 1 คน
ง.พล.ต.ต.ขึ้นไปอีก 3 คนเ ป็นผุ้ช่วยเลขาฯ
ตอบ ง.ครับ ข้อ ง.พล.ต.ต.ขึ้นไปอีก 3 คนเ ป็นผุ้ช่วยเลขา(มาตรา. .17 )
( มาตรา. 17 ดูคำอธิบายข้อ 31 พล.ต.ต.ขึ้นไปไม่เกิน สองคน ครับ )
ส่วนที่เหลือถูกต้องครับ ก.ให้ประธานแต่งตั้ง / ข.ผบ.ตร.แนะนำ / ค.ยศ
พล.ต.ท.ขึ้นไป จำนวน 1 คน
(เช่นกัน ดูคำอธิบาย ข้อ 31 )

ข้อ 34.การออกระเบียบ
ประกาศหรือมติในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการตำรวจ
และวิธีปฎิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามแบบแผน และนโยบายที่
ก.ต.ช.กำหนด จะใช้บังคับได้ต่อเมื่อ
ก.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ข.ออกเป็นพระราชกฤษฏีกา
ค.ออกเป็นพระราชบัญญัติ
ง.ออกเป็นระเบียบ
ตอบ ก.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว(มาตรา. 18 วรรคสุดท้าย )
มาตรา18 นอกจากอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๖ ให้ ก.ต.ช. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ออกระเบียบ ประกาศ
หรือมีมติในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการตำรวจและวิธีปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
ให้เป็นไปตามแบบแผนและนโยบายที่ ก.ต.ช. กำหนด
(๒) เสนอแนะให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๖ วรรคสอง
(๓) พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ
(๔) กำหนดกระบวนการและขั้นตอนในการกระจายอำนาจระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับตำรวจภูธรจังหวัด
และราชการส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม
(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย
(๖) ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย
การบริหารราชการตำรวจให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ในการนี้
ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจของกรุงเทพมหานคร
จังหวัดและสถานีตำรวจต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบ
ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ ข้าราชการตำรวจในเขตพื้นที่ดังกล่าว
แล้วรายงาน ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป
องค์ประกอบ การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา
และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ
ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ต.ช. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายหรือตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ
ก.ต.ช.
ระเบียบหรือประกาศตาม (๑) เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ข้อ 35.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา. 17
ต้องมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในด้านใดบ้าง?
ก..กฏหมาย / การงบประมาณ / การพัฒนาผู้นำ / การวางแผนหรือการบริหาร / การจัดการ
ข.กฏหมาย / การงบประมาณ / การพัฒนาองค์กร / การวางแผนหรือการบริหาร / การจัดการ
ค. .กฏหมาย / การจัดองค์การ / การพัฒนาองค์กร /
การวางนโยบายหรือการบริหาร / การจัดการ
ง. .กฏหมาย / การงบประมาณ / การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ /
การวางนโยบายแผนงาน/ การจัดการ
ตอบ ข.กฏหมาย / การงบประมาณ / การพัฒนาองค์กร / การวางแผนหรือการบริหาร /
การจัดการ(มาตรา. 19)
(มาตรา.19 กรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา. 17 (2 )
ต้องมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในด้าน กฎหมาย การงบประมาณ
การพัฒนาองค์กร การวางแผนหรือการบริหาร และ การจัดการ


ข้อ 36 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีอายุเท่าไร?
ก. 65 ปี ข.55 ปี ค.50 ปี ง.40 ปี
ตอบ ง.40 ปี ( มาตรา. 20)
มาตรา 20 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง
สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น
หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมืองหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต
หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ
หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
(๙) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(๑๐) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ
หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

ข้อ 37 จากข้อ 36 มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ กี่ปี กี่ วาระ ?
ก.2 ปี ไม่เกิน 4 วาระ
ข. 4 ปี ไม่เกิน 4 วาระ
ค. 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ
ง. 2 ปี ไม่เกิน 2 วาระ
ตอบ ค. 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ ( มาตรา. 21)
(มาตรา. 21 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับสรรหาใหม่เข้ารับหน้าที่
)

ข้อ 38 เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แล้ว?
ก.ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการ
ข.ให้พ้นจากหน้าที่ภายใน 30 วัน
ค..ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาใหม่เข้ารับหน้าที่
ง.ให้ประธานเตรียมเสนอชื่อเพื่อรับตำแหน่งอีกวาระ
ตอบ ค..ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาใหม่เข้ารับหน้าที่
( ม.21)
(มาตรา. 21 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับสรรหาใหม่เข้ารับหน้าที่
)

ข้อ 39 จากข้อ 38 นอกจากพ้นตามวาระแล้วมี กรณีใดอีกจึงถือว่าพ้นจากตำแหน่ง ?
ก.อายุ ครบ 70 ปี
ข.ประพฤติไม่สมควร ขาดจริธรรม
ค.สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.อายุ ครบ 70 ปี( ม. 22 )
มาตรา. 22 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา. 21
กรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิพ้นตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(3) ลาออก
(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา. 20
(5) ก.ต.ช.มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทำหรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการสรรหา
และแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน
เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน
ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการสรรหาก็ได้

ข้อ 40 หากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง ก่อนวาระ ให้ดำเนินการอย่างไร
ก.ให้ดำเนินการสรรหา
ข.สรรหาแล้วและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน
ค. ก.และ ข. ถูก
ง.รอประธานแต่งตั้งใหม่
ตอบ ค. ข้อ ค. ก.และ ข. ถูก ( ม. 22)
(ดูคำเฉลยข้อ 39)

ข้อ 41 จากข้อ 40 กรณีใดจะไม่ดำเนินการสรรหาก็ได้
ก.การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 45 วัน
ข..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 60 วัน
ค..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 90 วัน
ง..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 30 วัน
ตอบ ค..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 90 วัน (ม.22)
(ดูคำเฉลยข้อ 39 ครับ)

ข้อ 42 การประชุม ก.ต.ช.จะต้องมีกรรมการมาประชุมเท่าไร จึงจะครบองค์ประชุม ?
ก.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ข.ครึ่งหนึ่ง
ค .ครบจำนวนกรรมการ
ง.ไม่น้อยกว่าสองในสาม
ตอบ . ก.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (ม.23)
มาตรา 23 การประชุมของ
ก.ต.ช.ต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุม ก.ต.ช.
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ประธานกรรมการ และกรรมการโดยตำแหน่งจะมอบหมายบุคคลใดให้มาประชุมแทนไม่ได้
ให้ ก.ต.ช. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และการลงมติของ ก.ต.ช.
คณะกรรมการตาม ม.18(5) และของคณะกรรมการตาม มาตรา. 18 ( 6) )

ข้อ 43 ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จะแก้ไขอย่างไร?
ก.ให้กรรมการผู้อวุโสทำหน้าที่ประธาน
ข.ให้ประธานแต่งตั้งรองประธานทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ค.ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ง.ให้ประธานและกรรมการโดยตำแหน่งมอบหมายให้กรรมการมาทำหน้าที่
ตอบ ค.ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม(มาตรา. 23)
มาตรา 23 การประชุมของ
ก.ต.ช.ต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุม ก.ต.ช.
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ประธานกรรมการ และกรรมการโดยตำแหน่งจะมอบหมายบุคคลใดให้มาประชุมแทนไม่ได้
ให้ ก.ต.ช.มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และการลงมติของ
ก.ต.ช.คณะกรรมการตาม ม.18(5) และของคณะกรรมการตาม มาตรา. 18 ( 6)

ข้อ 44 ใครมีอำนาจในการออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และลงมติของ
ก.ต.ช.คณะกรรมการตาม มาตรา. 18(5) และของคณะกรรมการตาม มาตรา. 18 (6)
ก.ก.ตร.
ข.ประธานและกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมประชุม
ค. ก.ต.ช
ง. ประธานแต่เพียงผุ้เดียว
มาตรา. 18(5) และของคณะกรรมการตาม มาตรา. 18 (6)
ตอบ ค. ก.ต.ช(ม 23 ดุคำเฉลยข้อ 43)

ข้อ 45 ยศตำรวจมีอะไรบ้าง?
ก. พลฯ - พลตำรวจเอก
ข.ส.ต.ต. - พลตำรวจเอก
ค.พลตำรวจ , ประทวน , สัญญาบัตร
ง. ชั้นประทวน - ชั้นสัญญาบัตร
ตอบ ข.ส.ต.ต. - พลตำรวจเอก( ม.24 )
ว่าที่ยศใดให้ถือเสมือนมียศนั้น ถ้าผู้ซึ่งมียศตำรวจเป็นหญิง
ให้เติมคำว่า "หญิง" ท้ายยศตำรวจนั้นด้วย

ข้อ 46 ข้อใดผิด
ก.ข้าราชการตำรวจมี3 ชึ้น คือ ชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวน ชั้นสัญญาบัตร
ข. ชั้นพลตำรวจ ได้แก่ พลตำรวจสำรอง
ค. ตำรวจมียศพลตำรวจ รองจาก สิบตำรวจตรี
ง.ผิดทั้งหมด
ตอบ ค. ตำรวจมียศพลตำรวจ รองจาก สิบตำรวจตรี (ปัจจุบันนี้ไม่มียศ พลตำรวจ
ตาม มาตรา. 24 แต่มี 3 ชั้นยศ มาตรา. 25 ครับ )
ก และ ข.เป็นข้อที่ถูกแล้วครับ
ก.ข้าราชการตำรวจมี3 ชึ้น คือ ชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวน ชั้นสัญญาบัตร
ข. ชั้นพลตำรวจ ได้แก่ พลตำรวจสำรอง และพลตำรวจสำรองคือ
ผู้ทีได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ
โดยได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันเข้ารับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของ
สตช.

ข้อ 47 ใครสั่งแต่งตั้งยศพลตำรวจตรีได้
ก.นายกรัฐมนตรี
ข.ผบ.ตร.
ค.คณะรัฐมนตรี
ง. ก.ต.ช.
ตอบ ก.นายกรัฐมนตรี
( มาตรา. 26 การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษอาจกระทำได้โดยประกาศพระบรมราชโองการ
ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร
จะแต่งตั้งว่าที่ยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นการชั่วคราวก็ได้ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้
เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
(1) แต่งตั้งยศพลตำรวจตรีขึ้นไป ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
(2) ตั้งแต่ว่าที่ยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
แต่ไม่สูงกว่าว่าที่ยศพันตำรวจเอกให้ ผบ.ตร. เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง

ข้อ 48 ผบ.ตร.สั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศใดได้บ้าง
ก. พล.ต.อ.ลงมา
ข. พล.ต.ท. ลงมาแต่ไม่ต่ำกว่า พ.ต.อ.
ค.ร.ต.ต.ขี้นไปแต่ไม่สูงกว่า พ.ต.อ.
ง. ร.ต.ต.ขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่า พ.ต.ท.
ตอบ ค. ร.ต.ต.ขี้นไปแต่ไม่สูงกว่า พ.ต.อ. (ม26 อย่าลืมคำว่า..
ตั้งแต่ว่าที่นะครับ..ดูคำเฉลยข้อ 47..)

ข้อ 49 การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวน ใครสั่งแต่งตั้งได้?
ก. ผบ.ตร.
ข.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ ผบช.ขึ้นไปสั่งแต่งตั้ง
ค.ทั้งข้อ ก.และ ข.ถูก
ง. ยังไม่มีข้อถูก
ตอบ ข้อ ค. ครับ ค.ทั้งข้อ ก.และ ข.ถูก( ม.27 )
มาตรา 27 การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวน
ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการขึ้นไปซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดใน กฎ ก.ตร )

ข้อ 50 การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ทำอย่างไร?
ก.เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ให้ออกเป็นกฎกระทรวง
ค. ให้ออกเป็นพระราชกฤษฏีกา
ง. ให้ออกเป็น พระราชบัญญัติ
ตอบ ก.เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ม.28 )
มาตรา 28 การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร
ให้เป็นไปตามระบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติและให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
)

ข้อ 60 - อื่่น pallnarak@hotmail.com

คู่มือเตรียมสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ

สิทธิและหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
สิทธิและเสรีภาพของประชาชนไทยตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร
ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ
และเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา ๒๗ สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้ง โดยปริยาย
หรือโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครอง
และผูกพันรัฐสภาคณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย
การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง
มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ
หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้
สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้

มาตรา ๒๙ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง
ทั้งต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายนั้นด้วยบทบัญญัติวรรคหนึ่งและวรรคสองให้นำมาใช้บังคับกับกฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วย
โดยอนุโลม

มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด
เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ
สถานะของบุคคลฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม
หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
จะกระทำมิได้มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น
ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม

มาตรา ๓๑ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การทรมาน
ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะกระทำมิได้
แต่การลงโทษประหารชีวิตตามที่กฎหมายบัญญัติ
ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมตามความในวรรคนี้การจับ
คุมขัง ตรวจค้นตัวบุคคล
หรือการกระทำใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

มาตรา ๓๒ บุคคลจะไม่ต้องรับโทษอาญา
เว้นแต่จะได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้
และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้
มาตรา ๓๓ ในคดีอาญา
ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด
จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้

มาตรา ๓๔ สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง
หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว
ย่อมได้รับความคุ้มครองการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย
ซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยังสาธารณชน
อันเป็นการละเมิดหรือกระทำถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ
ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว จะกระทำมิได้
เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

มาตรา ๓๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถานบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองในการที่จะอยู่อาศัยและครอบครองเคหสถานโดยปกติสุข
การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง
หรือการตรวจค้นเคหสถาน จะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

มาตรา ๓๖ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักรการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ
ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน การผังเมือง
หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร
หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้

มาตรา ๓๗ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมายการตรวจ
การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน
รวมทั้งการกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกันจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษา
ความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

มาตรา ๓๘ บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา
นิกายของศาสนาหรือลัทธินิยมในทางศาสนา
และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนบัญญัติหรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน
เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในการใช้เสรีภาพดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง
บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใด ๆ
อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้เพราะเหตุที่ถือศาสนา
นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนา
หรือปฏิบัติตามศาสนบัญญัติหรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ
แตกต่างจากบุคคลอื่น

มาตรา ๓๙ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูดการเขียน
การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ
เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพเกียรติยศ ชื่อเสียง
สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนการสั่งปิดโรงพิมพ์
สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์
เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้
การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์
สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ จะกระทำมิได้
เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการสงครามหรือการรบ
แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามความในวรรคสอง
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน
รัฐจะกระทำมิได้

มาตรา ๔๐ คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
และวิทยุโทรคมนาคม
เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง
และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น
รวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
มาตรา ๔๑ พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์
วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์
ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ
โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ
หรือเจ้าของกิจการนั้น
แต่ต้องไม่ขัดต่อจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพข้าราชการ พนักงาน
หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
ในกิจการวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์
ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๔๒ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน
การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการ ย่อมได้รับความคุ้มครอง
ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

มาตรา ๔๓ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาอบรมของรัฐต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติการจัดการศึกษาอบรมขององค์กรวิชาชีพและเอกชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ
ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๔๔ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ
และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ
หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการสงคราม
หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก
มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์
กลุ่มเกษตรกร องค์การเอกชน
หรือหมู่คณะอื่นการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
หรือเพื่อป้องกันมิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจ
มาตรา ๔๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ
และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา
และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๔๗ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น
ตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้การจัดองค์กรภายใน
การดำเนินกิจการ และข้อบังคับของพรรคการเมือง
ต้องสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง
กรรมการบริหารของพรรคการเมือง
หรือสมาชิกพรรคการเมืองตามจำนวนที่กำหนดในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
ซึ่งเห็นว่ามติหรือข้อบังคับในเรื่องใดของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกอยู่นั้นจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้
หรือขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
มีสิทธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับดังกล่าวขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ให้มติหรือข้อบังคับนั้นเป็นอันยกเลิกไป

มาตรา ๔๘ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง
ขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้
ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ การสืบมรดกย่อมได้รับความคุ้มครอง
สิทธิของบุคคลในการสืบมรดกย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๔๙ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค
การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ
การผังเมือง การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรม การปฏิรูปที่ดิน
หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น
และต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิบรรดาที่ได้รับความเสียหายในการเวนคืนนั้น
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติการกำหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง
ต้องกำหนดให้อย่างเป็นธรรมโดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติ การได้มา
สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์
และความเสียหายของผู้ถูกเวนคืนกฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและกำหนดระยะเวลาการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์ไว้ให้ชัดแจ้ง
ถ้ามิได้ใช้เพื่อการนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว
ต้องคืนให้เจ้าของเดิมหรือทายาท
การคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิมหรือทายาทตามวรรคสาม
และการเรียกคืนค่าทดแทนที่ชดใช้ไป ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๕๐ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ
การคุ้มครองประชาชนในด้านสาธารณูปโภค
การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
การจัดระเบียบการประกอบอาชีพ การคุ้มครองผู้บริโภค การผังเมือง
การรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพของประชาชน
หรือเพื่อป้องกันการผูกขาด หรือขจัดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน
มาตรา ๕๑ การเกณฑ์แรงงานจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเป็นการฉุกเฉิน
หรือโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งให้กระทำได้ในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการสงครามหรือการรบ
หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก
มาตรา ๕๒ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน
และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติการบริการทางสาธารณสุขของรัฐต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพโดยจะต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วมด้วยเท่าที่จะกระทำได้การป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย
รัฐต้องจัดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าและทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๕๓ เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัว
มีสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมเด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแล
มีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๕๔ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๕๕ บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๕๖ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง
ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยสวัสดิภาพ
หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติสิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ
เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
ย่อมได้รับความคุ้มครอง

มาตรา ๕๗ สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติกฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องบัญญัติให้มีองค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภคทำหน้าที่ให้ความเห็นในการตรากฎหมาย
กฎ และข้อบังคับ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ
เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

มาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูลนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
ความปลอดภัยของประชาชน
หรือส่วนได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๕๙ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผล
จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
ก่อนการอนุญาตหรือการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต
หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดที่เกี่ยวกับตนหรือชุมชนท้องถิ่น
และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้
ตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๖๐ บุคคลย่อมมีสิทธิมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๖๑ บุคคลย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์และได้รับแจ้งผลการพิจารณาภายในเวลาอันสมควร
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๖๒ สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ
ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ ที่เป็นนิติบุคคล
ให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชการ พนักงาน
หรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๖๓ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้
มิได้ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง
ผู้รู้เห็นการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าวในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้

มาตรา ๖๔ บุคคลผู้เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
พนักงานส่วนท้องถิ่น และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์การของรัฐ
ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป
เว้นแต่ที่จำกัดในกฎหมาย กฎ
หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง
สมรรถภาพ วินัย หรือจรรยาบรรณ
มาตรา ๖๕ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ
ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้
หน้าที่ของชนชาวไทย
มาตรา ๖๖ บุคคลมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา ๖๗ บุคคลมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
มาตรา ๖๘ บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งบุคคลซึ่งไม่ไปเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่ทำให้ไม่อาจไปเลือกตั้งได้ย่อมเสียสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติการแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปเลือกตั้งและการอำนวยความสะดวกในการไปเลือกตั้ง
ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๖๙ บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร เสียภาษีอากร
ช่วยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ์ ปกป้อง
และสืบสานศิลปะวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๗๐ บุคคลผู้เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น
และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม
อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งละเลยหรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหน้าที่ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
บุคคลผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีสิทธิขอให้บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือผู้บังคับบัญชาของบุคคลดังกล่าวชี้แจงแสดงเหตุผลและขอให้ดำเนินการให้เป็นไป
ตามบทบัญญัติในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้

--
*

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ *
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
*http://www.oopps.bloggang.com*
*
* ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์
http://thaiphysics.blogspot.com


* บทเรียนบทรัก ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก
กลอนรัก เพลงรักhttp://love8love9.blogspot.com


* ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก
เพลงรักhttp://kongkoymusic.blogspot.com

ข้อสอบ เยียวยา ครู ปฐมวัย

ตัวอย่างข้อสอบเยียวยา ชุดที่ 1

-- แบบทดสอบการวัดและประเมินผลมาตรฐานก่อนการฝึกอบรมปฏิบัติการพัฒนา ชุดที่ 1

แบบประเมินทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน เวลา 1.30 ชั่วโมง

1. การจัดการศึกษาต้องมีคุณภาพหมายถึงข้อใด
ก. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูง
ค. มีการนำหลักสูตรไปใช้
ง. มีการใช้สื่อประกอบการสอน

2. การวัดและการประเมินผลมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด
ก. การปรับปรุงการเรียนการสอน
ข. ตัดสินผลการเรียนการสอน
ค. ตรวจสอบพัฒนาการตามจุดประสงค์
ง. ปรับปรุงการเรียนการสอนและตัดสินผลการเรียน

3. การจะดำเนินการนิเทศการศึกษาให้ได้ผลเลิศต้องคำนึงถึงสิ่งใดเป็นที่สุด
ก. บรรยากาศและการร่วมมือในการนิเทศ
ข. กลุ่มบุคคลและงานที่จะนิเทศ
ค. จุดมุ่งหมายและเป้าหมาย
ง. เทคนิคและการจัดกิจกรรมการนิเทศ

4. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสำคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ก. หลักสูตร
ข. แผนการสอน
ค. จุดประสงค์
ง. เทคนิคการสอน

5. หลักสูตรท้องถิ่นหมายถึงข้อใด
ก. ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอน
ข. ท้องถิ่นเป็นตัวกำหนดหลักสูตรแกน
ค. ท้องถิ่นเป็นตัวกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้
ง. ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน

6. ทำไมต้องมีการประกันคุณภาพการศึกษา
ก. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ
ข. เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีความคล้ายคลึงกันด้านการศึกษา
ค. เพื่อเตรียมรับการประเมินภายนอก
ง. เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา

7. ข้อใดกล่าวถูกต้องตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การจัดการเรียนรู้ต้องยึดผู้เรียนเป็นที่ตั้ง
ข. การเรียนรู้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา
ค. การจัดการเรียนรู้ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ง. ถูกทุกข้อ

8. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเรียนรู้เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การเรียนรู้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น
ง. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง

9. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กำหนดเริ่มใช้ในโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรตั้งแต่ปีการศึกษาใดเป็นต้นไป
ก. 2545
ข. 2546
ค. 2547
ง. 2548

10.จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลักสูตรปฐมวัย
ก. หลักการ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. เนื้อหาสาระ
ง. แนวทางการจัดประสบการณ์

11.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาการตามหลักสูตรปฐมวัย
ก. ประเมินพัฒนาการให้ครบทุกด้าน
ข. ประเมินเป็นรายบุคคลสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ค. การประเมินเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในตาราง
ง. ถูกทุกข้อ

12.ไม่ใช่กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
ข. กลุ่มคณิตศาสตร์
ค. กลุ่มวิทยาศาสตร์
ง. กลุ่มการงานอาชีพ

13.ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. หลักการ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. โครงสร้าง
ง. สาเหตุการปรับปรุงหลักสูตร

14.ข้อใดไม่ใช่เอกสารหลักสูตร ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. คู่มือครู
ข. แผนการสอน
ค. หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทย
ง. แผนปฏิบัติงานวิชาการ

15.ภาษาอังกฤษเริ่มกำหนดให้เรียนในระดับชั้นใดเป็นต้นไป
ก. ป. 1-2
ข. ป. 3-4
ค. ป. 5-6
ง. ทุกชั้นต้องเรียน

16.กระบวนการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเน้นเรื่องใด
ก. วัดความสามารถในการใช้ภาษา
ข. วัดพัฒนาการทางภาษาของผู้เรียน
ค. มีข้อทดสอบมาตรฐานวัดความสามารถในการใช้ภาษา
ง. ถูกทุกข้อ

17.ข้อใดไม่กล่าวไว้ในโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ช่วงชั้น
ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้
ค. ช่วงเวลาเรียน
ง. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

18."สามารถวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน" เป็นลักษณะการพัฒนาผู้เรียนตามข้อใด
ก. พัฒนาด้านปัญญา
ข. พัฒนาด้านความรู้สึก
ค. พัฒนาด้านทัศนคติ
ง. พัฒนาด้านทักษะการปฏิบัติ

19.ข้อใดเป็นหลักการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ค. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและตามศักยภาพ
ง. ถูกทุกข้อ

20."นักเรียนมีโอกาสกำหนดผลการเรียนรู้
ร่วมและวางแผนประเมินผลการเรียนรู้" เป็นลักษณะของการเรยีนรู้ตามข้อใด
ก. การเรียนรู้ที่สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ง. การเรียนรู้แบบองค์รวม

21.วิธีการเรียนรู้ตามกระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ มีกี่ลักษณะ
ก. 3 ลักษณะ
ข. 4 ลักษณะ
ค. 5 ลักษณะ
ง. หลายลักษณะ

22.เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด
ก. การสำรวจเด็กรายบุคคล
ข. การเรียนรู้บูรณาการ
ค. โครงสร้าง
ง. แฟ้มสะสมผลงาน

23.ข้อใดไม่ใช่ตัวแปรของการวิจัย
ก. ตัวแปรต้น
ข. ตัวแปรตาม
ค. ตัวแปรซับซ้อน
ง. ตัวแปรสอดแทรก

24.ขั้นตอนแรกของการวิจัยคือข้อใด
ก. การกำหนดปัญหา
ข. ศึกษาทฤษฎีหลักการ
ค. ตั้งสมมติฐาน
ง. สรุปผล

25.ความแตกต่างของคะแนนสูงสุดกับต่ำสุดคือข้อใด
ก. มัธยฐาน
ข. ฐานนิยม
ค. พิสัย
ง. อันตรภาคชั้น

26.ข้อใดเป็นความสำคัญของการวิจัยในการปฏิบัติงานของผู้บริหาร
ก. ข้อมูลตัดสินใจ
ข. พัฒนาการ
ค. แก้ปัญหาหน่วยงาน
ง. ป้องกันปัญหา

27.ข้อใดไม่ใช่ประเภทของสื่อการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สื่อแหล่งเรียนรู้
ข. สื่อวัสดุ ครุภัณฑ์
ค. สื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนจัดทำขึ้น
ง. สื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี

28.ข้อใดสื่อประเภทวัสดุ หรือซอฟต์แวร์
ก. เครื่องฉายสไลด์
ข. เครื่องวีดีโอ
ค. เทปเสียง
ง. ไม่มีข้อถูก

29.การเลือกสื่อการเรียนการสอนตามหลักการแล้วข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ประสิทธิภาพ
ข. ประสิทธิผล
ค. ประหยัด
ง. คุ้มค่า

30.เอกสารการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. รบ. 2 ต.
ข. รบ. 3 ต.
ค. รบ. 4 ต.
ง. ปพ. 9

31."ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง"
เป็นความหมายตรงกับข้อใด
ก. ประกันคุณภาพ
ข. ประกันประสิทธิภาพ
ค. มาตรฐานการศึกษา
ง. การนิทศภายใน

32."บุคคากรซึ่งทำหน้าที่หลักด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา"
เรียกว่า
ก. ครู
ข. อาจารย์
ค. ศึกษานิเทศก์
ง. คณาจารย์

33."การจัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี" ต้องดำเนินการภายในปีใด"
ก. 2544
ข. 2545
ค. 2546
ง. 2547

34."การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์"
อยู่ในส่วนใดของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ก. หลักการ
ข. ความมุ่งหมาย
ค. จุดมุ่งหมาย
ง. ระบบการศึกษา

35.ข้อใดไม่ใช่ "หลักการจัดการศึกษา" ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
ก. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ข. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาจัดการศึกษา
ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ง. การพัฒนาสาระกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่อง

36."มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ" อยู่ในส่วนใดของ
พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
ก. หลักการจัดการศึกษา
ข. ระบบการศึกษา
ค. แนวการจัดการศึกษา
ง. กระบวนการจัดการศึกษา

37.ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ก. บุคคล
ข. ครอบครัว
ค. องค์กร
ง. มหาวิทยาลัย

38."พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญในมาตราใด
ก. 43
ข. 69
ค. 80
ง. 81

39.ข้อใดไม่ใช่ระดับการศึกษาในโครงสร้างการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ก. ปฐมวัย
ข. ขั้นพื้นฐาน
ค. ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี
ง. ระดับปริญญา

40."การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด"
อยู่ในส่วนใดของ พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. หลักการ
ข. ความมุ่งหมาย
ค. แนวการจัดการศึกษา
ง. การจัดการศึกษา

41.ข้อใดเป็น "จุดเน้นในการจัดการศึกษา"ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. ความรู้ คุณธรรม
ข. กระบวนการเรียนรู้
ค. บูรณาการเหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ

42.ใครคือ "ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้
ก. สภาการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ง. คณะกรรมการการศึกษาระดับก่อนอุดมศึกษา

43.การศึกษาระดับใดมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาทางวิชาการและวิชาชีพ
ก. ระดับประถมศึกษา
ข. ระดับ ม.ต้น
ค. ระดับ ม.ปลาย
ง. ระดับอุดมศึกษา

44.ข้อใดไม่ใช่องค์กรหลักในโครงสร้างกระทรวงศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ
ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการศาสนาและวัฒนธรรม

45."การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา" คำนึงถึงข้อใด
ก. จำนวนประชากร
ข. ปริมาณสถานศึกษา
ค. ความเหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ

46.การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา" ทั่วประเทศมีทั้งหมดกี่เขต
ก. 324
ข. 325
ค. 175
ง. 275

47.สถานศึกษาระดับใดที่บริหารงานโดยคณะกรรมการสถานศึกษา
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ระดับต่ำกว่าปริญยา
ค. ระดับปริญญา
ง. ถูกทั้ง ก และ ข

48.ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและเพิกถอนใบอนญาตประกอบวิชาชีพคือ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. องค์กรวิชาชีพ
ค. องค์กรบริหารงานบุคคล
ง. องค์กรมหาชน

49.การออกกฎกระทรวง เพื่อแบ่งระดับและประเภทการศึกษาขั้นพื้นฐานดเนินการภายในกี่ปี
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี

50.การออกกฎหมาย กฎ ข้อบังคับต่างๆ ประกอบ พ.ร.บ.
ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในกี่ปี
ก. 3 ปี
ข. 4 ปี
ค. 5 ปี
ง. 6 ปี

51.พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การศึกษาภาคบังคับเป็น 9
ปี ตามมาตราใด
ก. 16
ข. 17
ค. 18
ง. 19

52."การปฏิรูปการศึกษา" สอดคล้องกับหมวดใดมากที่สุดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. หมวด 3
ข. หมวด 4
ค. หมวด 5
ง. หมวด 6

53.การจัดการศึกษาเพื่อให้ความรู้ และทักษะภาษาไทยเน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก. สื่อสารกับต่างชาติได้
ข. ใช้ถูกต้องไวยากรณ์
ค. ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
ง. รักษาเป็นเอกลักษณ์

54."องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา"
มีฐานะเป็นอะไรตาม พ.ร.บ. นี้
ก. องค์การมหาชน
ข. องค์กรหลัก
ค. องค์กรวิชาชีพ
ง. องค์กรอิสระ

55.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา" มีฐานะเป็นอะไรตาม พ.ร.บ. นี้
ก. องค์การมหาชน
ข. องค์กรหลัก
ค. องค์กรวิชาชีพ
ง. องค์กรอิสระ

56.ข้อใดที่ปรากฏใน พ.ร.บ. ฉบับนี้แต่ไม่ปรากฏในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2535
ก. ระบบการศึกษา
ข. แนวทางการจัดการศึกษา
ค. หลักการและความมุ่งหมาย
ง. สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา

57.นโยบายประกันโอกาสมีเป้าหมายการเตรียมความพร้อมเด็กอย่างน้อยกี่ปี
ก. อย่างน้อย 1 ปี
ข. อย่างน้อย 2 ปี
ค. อย่างน้อย 3 ปี
ง. 0 - 5 ปี

58.นโยบายประกันโอกาสให้นักเรียนภาคบังคับได้เรียนในโรงเรียนร้อยละเท่าไร
ก. 85
ข. 95
ค. 98
ง. 100

59.การรับเด็กก่อนประถมเรียนเน้นพิเศษในพื้นที่ใด
ก. ชุมชนแออัด
ข. ชนบทห่างไกล
ค. พื้นที่ที่มีปัญหาทางภาษา
ง. เน้นทุกพื้นที่

60.ตามนโยบายประกันคุณภาพนักเรียน นักเรียนทุกคนได้พัฒนาความรู้
ความสามารถและความถนัดตามศักยภาพโดยเฉพาะเด็กกลุ่มใด
ก. เด็กกลุ่มปัญญาเลิศ
ข. เด็กพิการ
ค. เด็กด้อยโอกาส
ง. ถูกทั้งข้อ ก ข ค

61.ข้อใดเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์กระทรวงศึกษาธิการน้อยที่สุด
ก. เป็นองค์กรหลักในการจัดการศึกษา
ข. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมการศึกษาให้ประชาชน
ค. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ง. พัฒนาประเทศให้ก้าวทันยุคโลกาภิวัฒน์

62.ข้อใดไม่ใช่ภาระกิจที่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ
ก. ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพคน
ข. สร้างเสริมโอกาสในการศึกษาให้ประชาชนทุกคน
ค. สร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ
ง. สร้างระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

63.ข้อใดเป็นภาระกิจที่ต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ประชาชนได้รับการศึกษาทั่วถึงเท่าเทียมกัน
ข. พัฒนามาตรฐานการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ
ค. สร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษา
ง. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันนานาชาติ

64.ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ข. ประชาชนมีคุณธรรม
ค. ประชาชนสามารถดำรงอยู่ในเวทีโลกได้
ง. ประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น

65.ข้อใดเป็น GOALS ของยุทธศาสตร์
ก. ประชาชนเรียนรู้ด้วยตนเอง
ข. ประชาชนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ
ค. ประชาชนมีส่วนร่วมทุกเรื่อง
ง. ประชาชนชอบการแข่งขันและพัฒนา

66.ข้อใดเป็นยุทธศาสตร์
ก. สร้างโอกาสทางการศึกษา
ข. จัดการศึกษาพื่อเด็กชนบทห่างไกล
ค. พัฒนาศักยภาพโรงเรียนขนาดเล็ก
ง. ร่วมมือ สมศ. ประกันคุณภาพ

67.ข้อใดไม่ใช่ยุทธศาสตร์
ก. พัฒนาการจัดการเรียนรู้
ข. พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ค. เพิ่มมาตรฐานการศึกษา
ง. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสถานศึกษา

68.การให้ทุนการศึกษาและจักรยานยืมเรียนสอดคล้องข้อใด
ก. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ข. การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษา
ค. การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจการศึกษา
ง. การส่งเสริมด้านพลานามัยการศึกษา

69.การสนับสนุน Infrastructore ให้หน่วยงานจัดการศึกษาได้มาตรฐานสอดคล้องข้อใด
ก. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ข. การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษา
ค. การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจการศึกษา
ง. การส่งเสริมด้านพลานามัยการศึกษา

70.SMEs สอดคล้องข้อใด
ก. สร้างและส่งเสริมค่านิยมการศึกษาวิชาชีพ
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางต่อเนื่อง
ค. ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนจัดการอาชีวศึกษา
ง. สอนปริญญาตรีสายปฏิบัติการ

71.ปรับปรุงกฏหมายระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุนสอดคล้องข้อใด
ก. สร้างและส่งเสริมค่านิยมการศึกษาวิชาชีพ
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางต่อเนื่อง
ค. ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนจัดการอาชีวศึกษา
ง. สอนปริญญาตรีสายปฏิบัติการ

72.โครงการ 9+1, 12+1 เศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องข้อใด
ก. สร้างและส่งเสริมค่านิยมการศึกษาวิชาชีพ
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางต่อเนื่อง
ค. ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนจัดการอาชีวศึกษา
ง. สอนปริญญาตรีสายปฏิบัติการ

73.Local seruice เกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. สถาบันอุดมศึกษาท้องถิ่นรับนักศึกษาตรง
ข. ปรับปรุงระบบคัดเลือกนักศึกษาท้องถิ่น
ค. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพัฒนาส่วนภูมิภาค
ง. พัฒนาสถาบันราชภัฏเป็นสถาบันการศึกษาของท้องถิ่น

74.ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสในระดับอุดมศึกษา
ก. การเพิ่มค่า GPA
ข. กองทุนกู้ยืมใหม่ ICL
ค. รับนักศึกษาแบบ Advance Placement
ง. จัดทำสถานที่ตั้งสถาบันอุดมศึกษา (University Mopping)

75.การผลิตกำลังคนในการเพิ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 10 สาขา ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ชิ้นส่วนรถยนต์
ข. ส่งเสริมสุขภาพ
ค. สิ่งทอ
ง. อัญมณี

76.ข้อใดไม่สอดคล้องกับการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรและสื่อการเรียน
ก. Activity-based
ข. SMEs
ค. GPA
ง. NT

77.โครงการ 1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ สอดคล้องข้อใด
ก. พัฒนาจัดการเรียนรู้
ข. ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
ค. ปรับปรุงหลักสูตร
ง. พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี

78.การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูข้อใดสำคัญที่สุด
ก. พัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณ
ข. การออกและเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพครู
ค. ผลิตครูแนวใหม่
ง. วิจัยและพัฒนามาตรฐานครู

79.เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการข้อใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
ก. E-Net
ข. E-Office
ค. E-Learning
ง. Mis

80.องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศข้อใดกี่ยวข้องน้อยที่สุดกับการศึกษา
ก. SEAMEO
ข. UNICEF
ค. UNESCO
ง. WTO


เฉลย jomjai_ninephoom@Hotmail.co.th

*

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ *
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
*http://www.oopps.bloggang.com*
*
* ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์ โจทย์วิชาฟิสิกส์
http://thaiphysics.blogspot.com


* บทเรียนบทรัก ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก
กลอนรัก เพลงรักhttp://love8love9.blogspot.com


* ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก
เพลงรักhttp://kongkoymusic.blogspot.com